หมากขุม

  • รหัสชุดข้อมูล:
  • FTT-087
  • คำอธิบาย:
  • หมากขุม เป็นการละเล่นยามว่าง สามารถเล่นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่โดยมากจะเป็นผู้หญิงเป็นกีฬาที่ใช้ฝึกสมองคิดคำนวณ ฝึกให้ผู้เล่นรู้จักคิดวางแผนในการทำงานทุกอย่างสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน หมากขุมนี้ที่แพร่หลายมากในย่านคาบสมุทรทะเลใต้ มีเล่นนับตั้งแต่แอฟริกาลงมาถึงอินเดีย ศรีลังกา ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และประเทศอื่นอีก แต่ละประเทศก็เรียกชื่อแตกต่างกัน เช่น ฟิลิปปินส์ เรียกสุงกะ (Sunga) ชาวมาเลย์เรียก คงกัก
  • ภาพประกอบ

  • วัสดุ / อุปกรณ์

  • วิธีทำ

    1. รางหมากขุม นิยมทำด้วยไม้นุ่น ไม้ทองหลาง ไม้ขนุน ทำเป็นรูปคล้ายเรือ ยาวประมาณ 90 เซนติเมตร สูงประมาณ 10-13 เซนติเมตร ด้านบนขุดเป็นหลุมขนาดเท่ากันเรียงเป็น 2 แถว เป็นหลุมกลมคล้ายหลุมขนมครก เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 8-9 เซนติเมตร ลึกประมาณ 4-5 เซนติเมตร ในแต่ละแถวนิยมมี 7 หลุม ตรงส่วนปลายของรางหมากขุมทั้ง 2 ข้าง มีหลุมขนาดใหญ่พิเศษข้างละหลุม มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10-13 เซนติเมตร อาจทำเป็นหลุมกลมหรือหลุมรูปสามเหลี่ยม เรียกหลุมใหญ่ทั้ง 2 ข้างนี้ ว่า แม่เริน (แม่เรือน) หัวแม่เรินหรือหัวเมือง
    2. หมาก หรือลูกหมากขุม นิยมใช้เมล็ดสวาด หรือเมล็ดสวด ซึ่งมีลักษณะกลมรีเปลือกแข็งเป็นสีเทาอ่อน มีขนาดพองาม เบา ทน และดูสะอาดตา หรืออาจใช้เมล็ดพืชอย่างอื่นที่มีขนาดและลักษณะใกล้เคียงกันก็ได้ เช่น เมล็ดมะขามสุก บางทีใช้ดินเหนียวปั้นเป็นลูกธนูแล้วตากแห้ง แต่ไม่นิยมเพราะไม่ทนและเปื้อนมือง่าย ปัจจุบันนิยมใช้ลูกแก้วแทน

  • วิธีเล่น

    1. ผู้เล่น 2 คน นั่งคนละข้างกับรางหมากขุม แต่ละคนใส่ลูกหมากหลุมละ 7 ลูก ทั้ง 7 หลุม ส่วนหลุมหัวเมืองไม่ต้องใส่ให้เว้นว่างไว้
    2. การเดินหมาก ผู้เล่นจะเริ่มเดิมพร้อมกันทั้ง 2 ฝ่าย เรียกว่า แข่งเมือง โดยหยิบลูกหมากจากหลุมเมืองของตนหลุมใดได้ก็ได้ แต่ส่วนใหญ่จะหยิบหลุมสุดท้ายของฝ่ายตนเอง เพราะคำนวณว่าเม็ดสุดท้ายจะถึงหัวเมืองของตนพอดี การเดินหมากจะเดินจากขวาไปซ้าย โดยใส่ลูกหมากลงในหลุม ถัดจากหลุมเมืองที่หยิบลูกหมากขึ้นมาเดิม ใส่ลูกหมากหลุมละ 1 เม็ด รวมทั้งใส่หลุมหัวเมืองฝ่ายตนเอง แล้ววนไปใส่หลุมของฝ่ายตรงข้าม ยกเว้นหลุมหัวเมือง เมื่อเดินลูกหมากเม็ดสุดท้ายใส่ในหลุม ให้หยิบลูกหมากทั้งหมดในหลุมนั้นขึ้นมาเดินหมากต่อไป โดยใส่ในหลุมถัดไป เล่นเดินหมากอย่างนี้จนลูกหมหากเม็ดสุดท้ายหมดลงในหลุมที่เป็นหลุมว่าง ถือว่าหมากตาย ถ้าเดินหมากตายในหลุมเมืองของฝ่ายตรงข้ามก็ถือว่าสิ้นสุดการเดินหมาก แต่ถ้าตายในหลุมเมืองฝ่ายตน ให้ผู้เล่นกินหมากหลุมเมืองซึ่งอยู่ตรงข้ามกับหลุมที่เราเดินหมากมาตาย โดยควักลูกหมากทั้งหมดในหลุมไปไว้ในหลุมหัวเมืองของฝ่ายตน เรียกว่า กินแทน เล่นอย่างนี้จนหลุมเมืองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหมดลูกหมาก เดินต่อไปไม่ได้ ลูกหมากทั้งหมดจะไปรวมอยู่หลุมหัวเมืองของทั้ง 2 ฝ่าย จึงเริ่มเล่นรอบใหม่ต่อไป
    3. การเดินหมากรอบสอง ผู้เล่นจะผลักกันเดินทีละคน ทำเช่นเดียวกับการเดินรอบแรก นำลูกหมากจากหลุมหมากหัวเมืองฝ่ายตนเองใส่ลงในหลุม ๆ ละ 7 ลูก ในฝ่ายของตนเอง คราวนี้แต่ละฝ่ายจะมีลูกหมากไม่เท่ากัน ฝ่ายที่มีลูกหมากมากกว่าจะเป็นผู้เดินหมากก่อน ฝ่ายที่มีลูกหมากน้อยกว่าจะใส่ไม่ครบทุกหลุม หลุมใดมีไม่ครบให้นำลูกหมากที่เหลือไปใส่ในหลุมหัวเมืองฝ่ายตน หลุมใดไม่มีลูกหมากเรียกว่า เมืองหม้าย ตามปกติหลุมเมืองหม้ายจะปล่อยไว้หลุมปลายแถว หลุมเมืองหม้ายจะไม่ใส่ลูกหมาก ถ้าฝ่ายใดใส่จะถูกริบเป็นของฝ่ายตรงกันข้าม ในการเล่นจะเล่นจนฝ่านใดฝ่ายหนึ่งหมดลูกหมากเดินต่อไปไม่ได้และจะนับเมืองหม้าย ใครมีจำนวนเมืองหม้ายมากกว่าฝ่ายนั้นเป็นฝ่ายแพ้

  • หมายเหตุ

    1. การเล่นหมากขุมมีคุณค่าในการฝึกลับสมองการวางแผนการเดินหมาก จะต้องคำนวณจำนวนลูกหมากในหลุมไม่ให้หมากตาย และสามารถกลับมาหยิบลูกหมากในหลุมของตนเองได้อีกผู้เดินหมากขุมจึงต้องมีสายตาว่องไว คิดเลขเร็ว เป็นการฝึกวิธีคิดวางแผนจะหยิบหมากในหลุมใดจึงจะชนะฝ่ายตรงกันข้าม เป็นการฝึกให้ผู้เล่นรู้จักคิดวางแผนในการทำงานทุกอย่างสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
    2. เป็นการพักผ่อนหย่อนใจ นันทนาการภายในบ้าน ภายในชุมชน ให้ทั้งความสนุกสนานและความใกล้ชิดระหว่างพี่น้องญาติมิตร
    3. ก่อให้เกิดการประดิษฐ์รางหมากขุม ที่มีความสวยงามและประณีต เป็นความภาคภูมิใจของผู้สร้างชิ้นงาน และยังสามารถสร้างรายได้ในการจำหน่ายรางหมากขุม

  • วีดีโอ