ค้นหาข้อมูล
ค้นหาแบบละเอียด
  •   ความเป็นมาและหลักเหตุผล

    เพื่อรวบรวมงานวิจัยทางชาติพันธุ์ที่มีคุณภาพมาสกัดสาระสำคัญในเชิงมานุษยวิทยาและเผยแผ่สาระงานวิจัยแก่นักวิชาการ นักศึกษานักเรียนและผู้สนใจให้เข้าถึงงานวิจัยทางชาติพันธุ์ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

  •   กลุ่มชาติพันธุ์และขอบเขตพื้นที่ที่จะสรุปงานวิจัยลงฐานข้อมูล

    ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน ในขั้นแรกนี้โครงการฯ เลือกเก็บเนื้อหา “กลุ่มชาติพันธุ์” ต่างๆ ที่ถูกมองว่าเป็น “ชนกลุ่มน้อย” ของประเทศไทย ฐานข้อมูลจึงไม่มีงานวิจัยที่เกี่ยวกับคนไทยภาคกลาง  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ และยังไม่ได้รวมงานวิจัยเกี่ยวกับ “ชาวจีนโพ้นทะเล” ในประเทศไทย ซึ่งได้มีสถาบันวิชาการอื่นรวบรวมไว้แล้ว เช่น สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ภาพ-ข้าวห่อ อาหารของปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ. เชียงใหม่
  •   ฐานข้อมูลจำแนกกลุ่มชาติพันธุ์ตามชื่อเรียกที่คนในใช้เรียกตนเอง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ คือ

    1. ชื่อเรียกที่ “คนอื่น” ใช้มักเป็นชื่อที่มีนัยในทางเหยียดหยาม ทำให้สมาชิกกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ รู้สึกไม่ดี อยากจะใช้ชื่อที่เรียกตนเองมากกว่า ซึ่งคณะทำงานมองว่าน่าจะเป็น “สิทธิพื้นฐาน” ของการเป็นมนุษย์

    2. ชื่อเรียกชาติพันธุ์ของตนเองมีความชัดเจนว่าหมายถึงใคร มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างไร และตั้งถิ่นฐานอยู่แห่งใดมากกว่าชื่อที่คนอื่นเรียก ซึ่งมักจะมีความหมายเลื่อนลอย ไม่แน่ชัดว่าหมายถึงใคร เช่น คำว่า “ลัวะ” ถูกใช้ในเรียกรวมในกลุ่ม ลเวือะ ลัวะ และปลัง เป็นต้น


    ภาพ-เยาวชนปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ.เชียงใหม่

  •  

    จากการรวบรวมงานวิจัยในฐานข้อมูลและหลักการจำแนกชื่อเรียกชาติพันธุ์ที่คนในใช้เรียกตนเอง พบว่า ประเทศไทยมีกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 62 กลุ่ม


    ภาพ-สุภาษิตปกาเกอะญอ
  •   การจำแนกกลุ่มชนมีลักษณะพิเศษกว่าการจำแนกสรรพสิ่งอื่นๆ

    เพราะกลุ่มชนต่างๆ มีความรู้สึกนึกคิดและภาษาที่จะแสดงออกมาได้ว่า “คิดหรือรู้สึกว่าตัวเองเป็นใคร” ซึ่งการจำแนกตนเองนี้ อาจแตกต่างไปจากที่คนนอกจำแนกให้ ในการศึกษาเรื่องนี้นักมานุษยวิทยาจึงต้องเพิ่มมุมมองเรื่องจิตสำนึกและชื่อเรียกตัวเองของคนในกลุ่มชาติพันธุ์ 


    ภาพ-สลากย้อม งานบุญของยอง จ.ลำพูน
  •   มโนทัศน์ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน

    ในช่วงทศวรรษของ 2490-2510 ในสาขาวิชามานุษยวิทยา “กลุ่มชาติพันธุ์” คือ กลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมเฉพาะแตกต่างจากกลุ่มชนอื่นๆ ซึ่งมักจะเป็นการกำหนดในเชิงวัตถุวิสัย โดยนักมานุษยวิทยาซึ่งสนใจในเรื่องมนุษย์และวัฒนธรรม

    แต่ความหมายของ “กลุ่มชาติพันธุ์” ในช่วงหลังทศวรรษ 
    2510 ได้เน้นไปที่จิตสำนึกในการจำแนกชาติพันธุ์บนพื้นฐานของความแตกต่างทางวัฒนธรรมโดยตัวสมาชิกชาติพันธุ์แต่ละกลุ่มเป็นสำคัญ... (อ่านเพิ่มใน เกี่ยวกับโครงการ/คู่มือการใช้)



    ภาพ-หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต บ้านของอูรักลาโว้ย
  •   สนุก

    วิชาคอมพิวเตอร์ของนักเรียน
    ปกาเกอะญอ  อ. แม่ลาน้อย
    จ. แม่ฮ่องสอน


    ภาพโดย อาทิตย์    ทองดุศรี

  •   ข้าวไร่

    ผลิตผลจากไร่หมุนเวียน
    ของชาวโผล่ว (กะเหรี่ยงโปว์)   
    ต. ไล่โว่    อ.สังขละบุรี  
    จ. กาญจนบุรี

  •   ด้าย

    แม่บ้านปกาเกอะญอ
    เตรียมด้ายทอผ้า
    หินลาดใน  จ. เชียงราย

    ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ถั่วเน่า

    อาหารและเครื่องปรุงหลัก
    ของคนไต(ไทใหญ่)
    จ.แม่ฮ่องสอน

     ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ผู้หญิง

    โผล่ว(กะเหรี่ยงโปว์)
    บ้านไล่โว่ 
    อ.สังขละบุรี
    จ. กาญจนบุรี

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   บุญ

    ประเพณีบุญข้าวใหม่
    ชาวโผล่ว    ต. ไล่โว่
    อ.สังขละบุรี  จ.กาญจนบุรี

    ภาพโดยศรยุทธ  เอี่ยมเอื้อยุทธ

  •   ปอยส่างลอง แม่ฮ่องสอน

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ปอยส่างลอง

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดย เบญจพล  วรรณถนอม
  •   อลอง

    จากพุทธประวัติ เจ้าชายสิทธัตถะ
    ทรงละทิ้งทรัพย์ศฤงคารเข้าสู่
    ร่มกาสาวพัสตร์เพื่อแสวงหา
    มรรคผลนิพพาน


    ภาพโดย  ดอกรัก  พยัคศรี

  •   สามเณร

    จากส่างลองสู่สามเณร
    บวชเรียนพระธรรมภาคฤดูร้อน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   พระพาราละแข่ง วัดหัวเวียง จ. แม่ฮ่องสอน

    หล่อจำลองจาก “พระมหามุนี” 
    ณ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า
    ชาวแม่ฮ่องสอนถือว่าเป็นพระพุทธรูป
    คู่บ้านคู่เมืององค์หนึ่ง

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม

  •   เมตตา

    จิตรกรรมพุทธประวัติศิลปะไต
    วัดจองคำ-จองกลาง
    จ. แม่ฮ่องสอน
  •   วัดจองคำ-จองกลาง จ. แม่ฮ่องสอน


    เสมือนสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม
    เมืองไตแม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ใส

    ม้งวัยเยาว์ ณ บ้านกิ่วกาญจน์
    ต. ริมโขง อ. เชียงของ
    จ. เชียงราย
  •   ยิ้ม

    แม้ชาวเลจะประสบปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย
    พื้นที่ทำประมง  แต่ด้วยความหวัง....
    ทำให้วันนี้ยังยิ้มได้

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ผสมผสาน

    อาภรณ์ผสานผสมระหว่างผ้าทอปกาเกอญอกับเสื้อยืดจากสังคมเมือง
    บ้านแม่ลาน้อย จ. แม่ฮ่องสอน
    ภาพโดย อาทิตย์ ทองดุศรี
  •   เกาะหลีเป๊ะ จ. สตูล

    แผนที่ในเกาะหลีเป๊ะ 
    ถิ่นเดิมของชาวเลที่ ณ วันนี้
    ถูกโอบล้อมด้วยรีสอร์ทการท่องเที่ยว
  •   ตะวันรุ่งที่ไล่โว่ จ. กาญจนบุรี

    ไล่โว่ หรือที่แปลเป็นภาษาไทยว่า ผาหินแดง เป็นชุมชนคนโผล่งที่แวดล้อมด้วยขุนเขาและผืนป่า 
    อาณาเขตของตำบลไล่โว่เป็นส่วนหนึ่งของป่าทุ่งใหญ่นเรศวรแถบอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   การแข่งขันยิงหน้าไม้ของอาข่า

    การแข่งขันยิงหน้าไม้ในเทศกาลโล้ชิงช้าของอาข่า ในวันที่ 13 กันยายน 2554 ที่บ้านสามแยกอีก้อ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
 
  Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre
Ethnic Groups Research Database
Sorted by date | title

   Record

 
Subject ปกาเกอะญอ จกอ คานยอ (กะเหรี่ยง),การพัฒนา,ชุมชน,เชียงใหม่
Author สมควร เขียมสุวรรณ
Title ศักยภาพชุมชนเพื่อการพัฒนา : กรณีศึกษาชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงบ้านห้วยเย็น หมู่ที่ 18 ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่
Document Type ปริญญานิพนธ์ Original Language of Text ภาษาไทย
Ethnic Identity ปกาเกอะญอ จกอ คานยอ กะเหรี่ยง, Language and Linguistic Affiliations จีน-ทิเบต(Sino-Tibetan)
Location of
Documents
ห้องสมุดศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร Total Pages 37 Year 2543
Source หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการวิจัยและพัฒนาท้องถิ่นกลุ่มบริหารจัดการการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย สถาบันราชภัฏเชียงใหม่
Abstract

          งานนี้นำเสนอสภาพทั่วไปของชุมชน ประวัติศาสตร์ความเป็นมา สภาพทางภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ ประชากร และทรัพยากรสิ่งแวดล้อมของชุมชน นอกจากนี้ ชุมชนมีการรวมกลุ่มสามัคคีในการทำพิธีกรรม สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งภายในได้ แต่คนในชุมชน มีลักษณะสันโดษ ไม่กล้าแสดงออก ถูกเอาเปรียบจากคนภายนอก ขาดความริเริ่มสร้างสรรค์ และมีปัญหายาเสพติดในชุมชน นอกจากนี้ยังขาดการบริการขั้นพื้นฐานจากรัฐ เช่น ขาดถนน ไฟฟ้า สาธารณสุข ไม่รู้ภาษาไทย ทำให้การสื่อสารกับหน่วยงานต่างๆ มีปัญหา ส่วนโอกาสของชุมชนห้วยเย็นคือ การมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีภูมิปัญญาที่ดีงาม สามารถดัดแปลงใช้ในชีวิตประจำวัน และเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนใหญ่ คือเป็นเครือข่ายลุ่มน้ำแม่วาง (หน้า ข-ค)

Focus

          ศึกษาสภาพทั่วไปด้านประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ ทรัพยากรสิ่งแวดล้อม สังคม วัฒนธรรม การศึกษา ประชากรและศักยภาพของชุมชนกะเหรี่ยงบ้านห้วยเย็น หมู่ที่ 18 ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่

Theoretical Issues

          ไม่มี

Ethnic Group in the Focus

          กะเหรี่ยงบ้านห้วยเย็นเป็นกะเหรี่ยงสะกอหรือเรียกว่า "ปกาเกอะญอ" (ดูหัวข้อ History of the Group and Community) (หน้า 17-18)

Language and Linguistic Affiliations

          ไม่มีข้อมูล

Study Period (Data Collection)

          ใช้ระยะเวลาเก็บข้อมูลตั้งแต่ 8 ธันวาคม 2543 - 28 ธันวาคม 2543

History of the Group and Community

          กะเหรี่ยงที่ห้วยเย็นอพยพไม่เป็นหลักแหล่ง จนกระทั่งมาตั้งหลักแหล่งในพื้นที่หมู่บ้านปัจจุบัน เป็นระยะเวลากว่า 100 ปี โดยชาวบ้านอพยพมาจากบ้านขุนเตียน นำโดยนายวิกิจ ซึ่งเป็นฮีโข่คนแรกของหมู่บ้าน เดิมหมู่บ้านมี 2 หย่อมบ้าน คือ บ้านลุ่มกับบ้านบน ชื่อหมู่บ้าน เป็นชื่อที่ทางราชการตั้งให้ คำว่า "ห้วยเย็น" ในภาษาปกาเกอะญอ เรียกว่า "คริ่คี" เป็นชื่อของลำห้วยที่ผ่านหมู่บ้าน หมู่บ้านในภาษาปกาเกอะญอจึงชื่อว่า "หม่อเดอคี" หมายถึงขุนห้วยที่มีดินโป่งสีขาวที่สัตว์ต่างๆ ชอบลงมากิน (หน้า 17-18)

Settlement Pattern

          หมู่บ้านห้วยเย็นตั้งอยู่ในหุบเขาแคบๆ ในแนวเทือกเขาถนนธงชัยตะวันออก ที่ตั้งหมู่บ้านอยู่ที่ หมู่ 18 ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากตัวอำเภอแม่วางประมาณ 48 กิโลเมตร ลักษณะการตั้งชุมชนเป็นกลุ่มหรือหย่อมบ้าน ตามการนับถือผีหรือเครือญาติ

Demography

          บ้านห้วยเย็นมีประชากรทั้งหมด 277 คน แบ่งเป็นชาย 148 คน หญิง 129 คน มี 48 หลังคาเรือน (หน้า 28)

Economy

          ชาวบ้านห้วยเย็นมีการผลิตเพื่อการเลี้ยงชีพ คือข้าว นอกจากนี้ยังปลูกพืชผักต่างๆ เช่น ผักสลัด ผักกาดขาว เผือก ข้าวโพด แตงกวา หอมญี่ปุ่น ฯลฯ เป็นการปลูกเพื่อขาย โดยมีนายทุนออกทุนให้ก่อน ยังมีการปลูกพืชเพื่อการบริโภค เช่น พริก มะเขือ อ้อย ฟัก บวบ มะระ กล้วย มะละกอ มะม่วง ขนุน ฯลฯ และมีการเลี้ยงสัตว์เพื่อการบริโภคและใช้ในพิธีกรรม เช่น หมู ไก่ วัว ควาย ในชุมชนมีงานหัตถกรรมจากการทอผ้า ทำตะกร้าบาก ตะกร้าขังสัตว์ ทำหลังคาบ้านด้วยหญ้าคา และการทำเครื่องมือเกษตรต่างๆ (หน้า 20-21) ชาวบ้านมีรายได้มาจากการทำเกษตรเป็นหลัก และจากการรับจ้างภายในหมู่บ้าน เช่นไถนา ได้วันละ 100 บาท ปลูกผักถางหญ้าได้วันละ 60 บาท และมีการรับจ้างภายนอกหมูบ้าน ไปทำงานในเมืองเชียงใหม่ อยู่ร้านขายของ เป็นเด็กปั๊ม ได้ประมาณเดือนละ 1,200 - 2,500 บาท (หน้า 21-22)

Social Organization

          หมู่บ้านห้วยเย็นมีผู้นำทางธรรมชาติ 2 คน คือ นายสลัวะ ขนมอิ่มโอด เป็นผู้นำของบ้านบน และนายหม่อเข่ เป็นผู้นำของบ้านลุ่ม เรียกว่า "ฮีโข่" ทั้งสองจะเป็นผู้นำในการทำพิธีต่างๆ เช่นมัดมือ เลี้ยงผี แต่งงาน ฯลฯ (หน้า 24) ชุมชนบ้านห้วยเย็นมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติเหนียวแน่น มีผู้นำทางธรรมชาติเป็นที่ยึดเหนี่ยว มีผู้อาวุโสของหมู่บ้าน หมอรักษาโรค หมอผี หมอตำแยที่เป็นที่เคารพนับถือของชุมชน ปัญหาความขัดแย้งมักเป็นเรื่องการทำมาหากิน การใช้น้ำ สัตว์เลี้ยงไปทำลายข้าวของพืชผลเสียหาย จะมีการแก้ปัญหาโดยการปรับไหม ให้ขอขมาด้วยการเลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ และมีผู้นำของชุมชนเป็นผู้ไกล่เกลี่ย (หน้า 30) ฮีโข่ มีการสืบทอดทางสายเลือดจากพ่อไปสู่ลูกชายคนแรก ฮีโข่อาจมีอายุมากหรือน้อยก็ได้ หากฮีโข่ไม่มีลูกชายหรือย้ายไปอยู่ที่อื่น ฮีโข่ก็จะหมดไป ผู้อื่นที่ไม่ได้มีสายเลือดฮีโข่ จะไม่สามารถเป็นได้ (หน้า 30)

Political Organization

          บ้านห้วยเย็นอยู่ในเขตการปกครองของหมู่ที่ 18 ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ มีนายบุดี เพียรพยายาม เป็นผู้ใหญ่บ้าน และนายจีรศักดิ์ ขจีพนานน เป็นผู้ช่วยผู่ใหญ่บ้าน (หน้า 24)

Belief System

          บ้านห้วยเย็นนับถือศาสนาพุทธ 40 หลังคาเรือน อีก 8 หลังคาเรือนนับถือศาสนาคริสต์ (หน้า 28) พิธีกรรมความเชื่อในชุมชน ประกอบด้วยพิธีกรรมในรอบชีวิต คือ พิธีกรรมทำคลอด การตัดสะดือเด็ก พิธีกรรมการแต่งงาน จะมีพิธีสู่ขอ การต้อนรับแขกเจ้าบ่าวเจ้าสาว การส่งแขกเจ้าบ่าวเจ้าสาวกลับบ้าน ส่วนพิธีกรรมการตาย จะมีพิธีการตกแต่งศพ การขับลำนำส่งศพ และการเสียศพ พิธีกรรมระดับครอบครัว ได้แก่ พิธีเลี้ยงหมูแรก ไก้แรก พิธีขึ้นบ้านใหม่ พิธีผูกขวัญ พิธีกรรมระดับหมู่บ้าน ได้แก่ พิธีขึ้นปีใหม่ พิธีกลางปี พิธีการสืบชะตาหมู่บ้าน พิธีสู่มา พิธีการคืนดี พิธีเกี่ยวข้าว ได้แก่พิธีกินหัวข้าว พิธีนวดข้าว พิธีขอข้าว พิธีเรียกขวัญข้าว พิธีเลี้ยงนกขวัญข้าว พิธีกินข้าวก้นเพิงยวด และพิธีมัดมือหลังฤดูเก็บเกี่ยว (หน้า 24-25)

Education and Socialization

          กล่าวถึงระบบการศึกษาสมัยใหม่ มีโรงเรียนห้วยข้าวลีบอยู่ใกล้หมู่บ้าน 3.5 กิโลเมตร มีเด็กจากบ้านห้วยเย็นไปเรียน 48 คน และมีศูนย์เด็กเล็กในหมู่บ้าน มีเด็ก 41 คน เป็นชาย 21 คน หญิง 20 คน ส่วนการเรียนรู้แบบอื่นเป็นการเรียนรู้ตามวิถีชีวิต เช่นทอผ้า การจักรสาน การรักษาโรคด้วยสมุนไพร เป็นการเรียนรู้โดยธรรมชาติจากบรรพบุรุษสู่ลูกหลาน (หน้า 27)

Health and Medicine

          ชาวบ้านห้วยเย็นไม่ค่อนรักษาความสะอาดร่างกาย และสภาพแวดล้อม ตามบริเวณรอบบ้าน ใต้ถุนบ้าน เลี้ยงสัตว์แบบปล่อยปละละเลย ทำให้มีกลิ่นเหม็นมูลสัตว์ เวลารับประทานอาหารจะมีสุนัขอยู่ใกล้ๆ การใช้ส้วมยังไม่เป็นที่นิยม นิยมใช้ป่าใกล้บ้านแทนส้วม (หน้า 29)

Art and Crafts (including Clothing Costume)

          ลักษณะการแต่งกายของคนในชุมชนห้วยเย็น ผู้หญิงที่ยังไม่แต่งงานจะสวมชุดสีขาว ผู้หญิงที่มีครอบครัวแล้วจะสวมชุดสีต่างๆ ที่ไม่ใช่สีขาว สีที่นิยมคือสีแดง สีน้ำเงิน และผ้าถุงสีแดง มีผ้าสีขาวพันศีรษะ ผู้ชายจะสวมกางเกงพื้นเมืองสีดำ เสื้อสีแดง (หน้า 28)

Folklore

          ไม่มีข้อมูล

Ethnicity (Ethnic Identity, Boundaries and Ethnic Relation)

          ลักษณะนิสัยของปกาเกอะญอบ้านห้วยเย็น จะมีลักษณะถือสันโดษ มีความเกรงใจสูง ไม่กล้าแสดงออก มีความให้อภัยสูง มีความรักสันติ (หน้า 30)

Social Cultural and Identity Change

          ปัจจุบันวัยรุ่นในหมู่บ้าน มี่ค่านิยมแบบคนเมืองมากขึ้น ใส่เสื้อผ้าแบบคนเมือง ใช้เครื่องประดับและเครื่องสำอางมากขึ้น มีค่านิยมการนับถือผู้นำสมัยใหม่ ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งมักมีฐานะดี (หน้า 31)

Critic Issues

          ไม่มีข้อมูล

Other Issues

          ไม่มี

Google Map

Map/Illustration

รูปแผนที่ 
          4.1 ลักษณะการตั้งบ้านเรือนห้วยเย็น (หน้า 18) รูป 4.2 สภาพพื้นที่นา (หน้า 20) รูป 4.3 สภาพพื้นที่ไร่ (หน้า 20) รูป 4.4 การทอผ้า (หน้า 21) รูป 4.5 สภาพพื้นที่ป่าไม้ (หน้า 23) รูป 4.6 ภาพน้ำตก (หน้า 24) รูป 4.7 พิธีมัดมือหลังเก็บเกี่ยว (หน้า 25) รูป 4.8 เครื่องเซ่นไหว้ประกอบพิธีมัดมือ (หน้า 25) รูป 4.9 การต้มเหล้าใช้ประกอบพิธีมัดมือ (หน้า 26) รูป 4.10 การทำขนมใช้พิธีมัดมือ (หน้า 26) รูป 4.11 ชุดประจำเผ่าของหญิงสาว (หน้า 28) รูป 4.12 ชุดประจำเผ่าของผู้มีครอบครัวแล้ว (หน้า 29)

Text Analyst ชัยวัฒน์ ไชยจารุวณิช Date of Report 30 ม.ค. 2560
TAG ปกาเกอะญอ จกอ คานยอ (กะเหรี่ยง), การพัฒนา, ชุมชน, เชียงใหม่, Translator -
 
 

 

ฐานข้อมูลอื่นๆของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
  ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย
จารึกในประเทศไทย
จดหมายเหตุทางมานุษยวิทยา
แหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย
หนังสือเก่าชาวสยาม
ภาพยนตร์ชาติพันธุ์
ข่าวมานุษยวิทยา
ICH Learning Resources
ฐานข้อมูลเอกสารโบราณภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทย
ฐานข้อมูลประเพณีท้องถิ่นในประเทศไทย
ฐานข้อมูลสังคม - วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  หน้าหลัก
งานวิจัยชาติพันธุ์ในประเทศไทย
บทความชาติพันธุ์
ข่าวชาติพันธุ์
เครือข่ายชาติพันธุ์
เกี่ยวกับเรา
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  ข้อมูลโครงการ
ทีมงาน
ติดต่อเรา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
ช่วยเหลือ
  กฏกติกาและมารยาท
แบบสอบถาม
คำถามที่พบบ่อย


ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170 
Tel. +66 2 8809429 | Fax. +66 2 8809332 | E-mail. webmaster@sac.or.th 
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2549    |   เงื่อนไขและข้อตกลง