ค้นหาข้อมูล
ค้นหาแบบละเอียด
  •   ความเป็นมาและหลักเหตุผล

    เพื่อรวบรวมงานวิจัยทางชาติพันธุ์ที่มีคุณภาพมาสกัดสาระสำคัญในเชิงมานุษยวิทยาและเผยแผ่สาระงานวิจัยแก่นักวิชาการ นักศึกษานักเรียนและผู้สนใจให้เข้าถึงงานวิจัยทางชาติพันธุ์ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

  •   กลุ่มชาติพันธุ์และขอบเขตพื้นที่ที่จะสรุปงานวิจัยลงฐานข้อมูล

    ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน ในขั้นแรกนี้โครงการฯ เลือกเก็บเนื้อหา “กลุ่มชาติพันธุ์” ต่างๆ ที่ถูกมองว่าเป็น “ชนกลุ่มน้อย” ของประเทศไทย ฐานข้อมูลจึงไม่มีงานวิจัยที่เกี่ยวกับคนไทยภาคกลาง  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ และยังไม่ได้รวมงานวิจัยเกี่ยวกับ “ชาวจีนโพ้นทะเล” ในประเทศไทย ซึ่งได้มีสถาบันวิชาการอื่นรวบรวมไว้แล้ว เช่น สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ภาพ-ข้าวห่อ อาหารของปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ. เชียงใหม่
  •   ฐานข้อมูลจำแนกกลุ่มชาติพันธุ์ตามชื่อเรียกที่คนในใช้เรียกตนเอง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ คือ

    1. ชื่อเรียกที่ “คนอื่น” ใช้มักเป็นชื่อที่มีนัยในทางเหยียดหยาม ทำให้สมาชิกกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ รู้สึกไม่ดี อยากจะใช้ชื่อที่เรียกตนเองมากกว่า ซึ่งคณะทำงานมองว่าน่าจะเป็น “สิทธิพื้นฐาน” ของการเป็นมนุษย์

    2. ชื่อเรียกชาติพันธุ์ของตนเองมีความชัดเจนว่าหมายถึงใคร มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างไร และตั้งถิ่นฐานอยู่แห่งใดมากกว่าชื่อที่คนอื่นเรียก ซึ่งมักจะมีความหมายเลื่อนลอย ไม่แน่ชัดว่าหมายถึงใคร เช่น คำว่า “ลัวะ” ถูกใช้ในเรียกรวมในกลุ่ม ลเวือะ ลัวะ และปลัง เป็นต้น


    ภาพ-เยาวชนปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ.เชียงใหม่

  •  

    จากการรวบรวมงานวิจัยในฐานข้อมูลและหลักการจำแนกชื่อเรียกชาติพันธุ์ที่คนในใช้เรียกตนเอง พบว่า ประเทศไทยมีกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 62 กลุ่ม


    ภาพ-สุภาษิตปกาเกอะญอ
  •   การจำแนกกลุ่มชนมีลักษณะพิเศษกว่าการจำแนกสรรพสิ่งอื่นๆ

    เพราะกลุ่มชนต่างๆ มีความรู้สึกนึกคิดและภาษาที่จะแสดงออกมาได้ว่า “คิดหรือรู้สึกว่าตัวเองเป็นใคร” ซึ่งการจำแนกตนเองนี้ อาจแตกต่างไปจากที่คนนอกจำแนกให้ ในการศึกษาเรื่องนี้นักมานุษยวิทยาจึงต้องเพิ่มมุมมองเรื่องจิตสำนึกและชื่อเรียกตัวเองของคนในกลุ่มชาติพันธุ์ 


    ภาพ-สลากย้อม งานบุญของยอง จ.ลำพูน
  •   มโนทัศน์ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน

    ในช่วงทศวรรษของ 2490-2510 ในสาขาวิชามานุษยวิทยา “กลุ่มชาติพันธุ์” คือ กลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมเฉพาะแตกต่างจากกลุ่มชนอื่นๆ ซึ่งมักจะเป็นการกำหนดในเชิงวัตถุวิสัย โดยนักมานุษยวิทยาซึ่งสนใจในเรื่องมนุษย์และวัฒนธรรม

    แต่ความหมายของ “กลุ่มชาติพันธุ์” ในช่วงหลังทศวรรษ 
    2510 ได้เน้นไปที่จิตสำนึกในการจำแนกชาติพันธุ์บนพื้นฐานของความแตกต่างทางวัฒนธรรมโดยตัวสมาชิกชาติพันธุ์แต่ละกลุ่มเป็นสำคัญ... (อ่านเพิ่มใน เกี่ยวกับโครงการ/คู่มือการใช้)



    ภาพ-หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต บ้านของอูรักลาโว้ย
  •   สนุก

    วิชาคอมพิวเตอร์ของนักเรียน
    ปกาเกอะญอ  อ. แม่ลาน้อย
    จ. แม่ฮ่องสอน


    ภาพโดย อาทิตย์    ทองดุศรี

  •   ข้าวไร่

    ผลิตผลจากไร่หมุนเวียน
    ของชาวโผล่ว (กะเหรี่ยงโปว์)   
    ต. ไล่โว่    อ.สังขละบุรี  
    จ. กาญจนบุรี

  •   ด้าย

    แม่บ้านปกาเกอะญอ
    เตรียมด้ายทอผ้า
    หินลาดใน  จ. เชียงราย

    ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ถั่วเน่า

    อาหารและเครื่องปรุงหลัก
    ของคนไต(ไทใหญ่)
    จ.แม่ฮ่องสอน

     ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ผู้หญิง

    โผล่ว(กะเหรี่ยงโปว์)
    บ้านไล่โว่ 
    อ.สังขละบุรี
    จ. กาญจนบุรี

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   บุญ

    ประเพณีบุญข้าวใหม่
    ชาวโผล่ว    ต. ไล่โว่
    อ.สังขละบุรี  จ.กาญจนบุรี

    ภาพโดยศรยุทธ  เอี่ยมเอื้อยุทธ

  •   ปอยส่างลอง แม่ฮ่องสอน

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ปอยส่างลอง

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดย เบญจพล  วรรณถนอม
  •   อลอง

    จากพุทธประวัติ เจ้าชายสิทธัตถะ
    ทรงละทิ้งทรัพย์ศฤงคารเข้าสู่
    ร่มกาสาวพัสตร์เพื่อแสวงหา
    มรรคผลนิพพาน


    ภาพโดย  ดอกรัก  พยัคศรี

  •   สามเณร

    จากส่างลองสู่สามเณร
    บวชเรียนพระธรรมภาคฤดูร้อน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   พระพาราละแข่ง วัดหัวเวียง จ. แม่ฮ่องสอน

    หล่อจำลองจาก “พระมหามุนี” 
    ณ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า
    ชาวแม่ฮ่องสอนถือว่าเป็นพระพุทธรูป
    คู่บ้านคู่เมืององค์หนึ่ง

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม

  •   เมตตา

    จิตรกรรมพุทธประวัติศิลปะไต
    วัดจองคำ-จองกลาง
    จ. แม่ฮ่องสอน
  •   วัดจองคำ-จองกลาง จ. แม่ฮ่องสอน


    เสมือนสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม
    เมืองไตแม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ใส

    ม้งวัยเยาว์ ณ บ้านกิ่วกาญจน์
    ต. ริมโขง อ. เชียงของ
    จ. เชียงราย
  •   ยิ้ม

    แม้ชาวเลจะประสบปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย
    พื้นที่ทำประมง  แต่ด้วยความหวัง....
    ทำให้วันนี้ยังยิ้มได้

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ผสมผสาน

    อาภรณ์ผสานผสมระหว่างผ้าทอปกาเกอญอกับเสื้อยืดจากสังคมเมือง
    บ้านแม่ลาน้อย จ. แม่ฮ่องสอน
    ภาพโดย อาทิตย์ ทองดุศรี
  •   เกาะหลีเป๊ะ จ. สตูล

    แผนที่ในเกาะหลีเป๊ะ 
    ถิ่นเดิมของชาวเลที่ ณ วันนี้
    ถูกโอบล้อมด้วยรีสอร์ทการท่องเที่ยว
  •   ตะวันรุ่งที่ไล่โว่ จ. กาญจนบุรี

    ไล่โว่ หรือที่แปลเป็นภาษาไทยว่า ผาหินแดง เป็นชุมชนคนโผล่งที่แวดล้อมด้วยขุนเขาและผืนป่า 
    อาณาเขตของตำบลไล่โว่เป็นส่วนหนึ่งของป่าทุ่งใหญ่นเรศวรแถบอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   การแข่งขันยิงหน้าไม้ของอาข่า

    การแข่งขันยิงหน้าไม้ในเทศกาลโล้ชิงช้าของอาข่า ในวันที่ 13 กันยายน 2554 ที่บ้านสามแยกอีก้อ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
 
  Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre
Ethnic Groups Research Database
Sorted by date | title

   Record

 
Subject ม้ง,เครื่องดนตรี,ค่ง,เชียงใหม่
Author วสันต์ชาย อิ่มโอษฐ์
Title เค่ง เครื่องดนตรีของชนเผ่าม้ง
Document Type วิทยานิพนธ์ Original Language of Text ภาษาไทย
Ethnic Identity ม้ง, Language and Linguistic Affiliations ม้ง-เมี่ยน
Location of
Documents
ห้องสมุดศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร Total Pages 171 Year 2543
Source หลักสูตรปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาดนตรี บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล
Abstract

ม้งถือว่าเค่งเป็นเครื่องดนตรีที่สำคัญที่สุด โดยเชื่อว่าสามารถสื่อสารกับวิญญาณได้ ใช้เป่าในพิธีกรรมทางความเชื่อ ได้แก่ ความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตาย จึงมีพิธีศพถือว่าเป็นพิธีสำคัญที่สุด ความเชื่อในเรื่องการปกป้องรักษา จึงมีพิธีซื้อ ความเชื่อเรื่องการเกิดใหม่จึงมีพิธี "ตจอผลี่" ความเชื่อเรื่องลางบอกเหตุร้าย จึงมีพิธีทำบุญฆ่าวัวให้วิญญาณผู้ตาย มีเพลงเป่าในเวลาเช้า เที่ยงและเย็น ห้ามเป่าปนกันหรือเป่าเล่น ห้ามสตรีเป่าเค่งในงานศพ ใช้เค่งเป่าเพื่อความบันเทิง การเกี้ยวพาราสี เป็นเพื่อนขณะเดินทางและในวาระพิเศษต่างๆได้ ม้งถือว่าพระแม่เจ้าคือบรมครูทางวิชาเป่าเค่ง เค่งเป็นเครื่องดนตรีตระกูลเครื่องลม (Aerophones) ลิ้นเดียว (Single Reed) ระบบเสียงของเค่งมี 6 เสียง จากการวิเคราะห์ระบบเสียงเค่งทั้ง 12 ขนาด พบว่า ค่าความยาวโดยเปรียบเทียบเสียงแต่ละท่อของเค่งทั้ง 12 ขนาด มีความยืดหยุ่นไม่คงที่ เสียงเค่งทั้งหมดมี 6 เสียง มีลักษณะคล้ายกับบันไดเสียงสากลแบบ 5 เสียง (Pentatonic)โดยมีเสียงที่ 1 กับเสียงที่ 6 ห่างกัน 1 Octave ปัจจุบัน เค่ง เป็นเครื่องดนตรีที่ยังคงรักษาระบบเสียงแบบดั้งเดิมไว้ไม่เปลี่ยนแปลง ถึงแม้ว่าชีวิตประจำวันของนายเล่าต๋า แซ่เฒ่า จะคลุกคลีกับสังคมโลกสมัยใหม่ที่มีการตั้งเสียงดนตรีอย่างสากล แบบ Equal Temperament ก็ตาม

Focus

ศึกษาลักษณะทางกายภาพของเค่งและบทบาทที่มีในความเชื่อและพิธีกรรมของม้ง ตลอดจนวิเคราะห์ระบบเสียงของเค่ง

Theoretical Issues

ไม่มี

Ethnic Group in the Focus

"ม้งเขียว" หรือ "ม้งตจั๊ว" (หน้า 30)

Language and Linguistic Affiliations

ม้งไม่มีตัวหนังสือเป็นของตนเอง ดังนั้นเค่งจึงเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนภาษาหนังสือ (หน้า 74)

Study Period (Data Collection)

พ.ศ. 2543

History of the Group and Community

ม้งมีถิ่นฐานเดิมอยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีน (หน้า 30)

Settlement Pattern

ม้งเป็นชนเผ่าที่ชอบตั้งบ้านเรือนอยู่บนดอยสูง (หน้า 130)

Demography

ม้งเขียวในหมู่ที่ 2 ตำบลแม่แดด อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ มีประชากรประมาณ 1,000 คน รวม 70 หลังคาเรือน (หน้า 30)

Economy

ไม่มีข้อมูล

Social Organization

ไม่มีข้อมูล

Political Organization

ไม่มีข้อมูล

Belief System

ม้งมีความเชื่อที่ผูกพันกับเรื่องของวิญญาณในแง่ว่ามีผีต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำอยู่ตามท้องฟ้า แม่น้ำ ภูเขา ลำห้วย ต้นไม้ ไร่นา ในหมู่บ้านและในบ้านเรือน คอยคุ้มครอง ปกปักรักษาให้ปลอดภัย โดยมีการจำแนกผีออกเป็น 2 ประเภทคือ - ผีฝ่ายดี เป็นผีที่คอยปกป้องดูแลและอำนวยพรให้มีความสุข เช่น ผีฟ้า (เหยอะ เซ้า) ม้งเชื่อว่าเป็นผีดีผู้ทรงอำนาจสูงสุดเป็นเจ้าของสรวงสวรรค์ นอกจากนี้ยังมี ผีหมู่บ้าน (ตรงเซ้ง) เป็นผีที่คุ้มครองหมู่บ้าน ผีบ้านผีเรือน (ดลั้งตเจ๋) เชื่อว่าเป็นผีบรรพบุรุษ เป็นผู้ปกปักรักษาคนในบ้านให้ปลอดภัยมีความสุข ผีประตูหน้าบ้าน อยู่แนวเดียวกับเสากลางบ้าน คอยดูแลความปกติสุข ปกป้องไม่ให้เงินทองรั่วไหลออกนอกบ้าน - ผีฝ่ายร้าย ได้แก่ ผีไร่ ผีน้ำ ผีต้นไม้และผีป่า เป็นต้น ผีเหล่านี้จะปฏิบัติตามคำสั่งของผีฟ้า เพราะผีฟ้าเป็นผู้บัญญัติจารีตประเพณีไว้ ผีประเภทนี้มีลักษณะดุร้าย มักก่อให้เกิดภัยพิบัติแก่มนุษย์ ในการประกอบพิธีกรรมตามประเพณีของม้ง ต้องใช้เค่งบรรเลง เพราะถือว่าเค่งเป็นเครื่องดนตรีสำคัญประจำเผ่าตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ จะใช้บรรเลงในพิธีสำคัญ โดยมีข้อห้ามสำหรับเพศหญิงมิให้เป่าเค่งในงานศพเด็ดขาด (หน้า 31-32) บทบาทของเค่งในวิถีชีวิต ใช้เป่าเพื่อความบันเทิง มีเจตนาเพื่อเกี้ยวพาราสีและเป็นเพื่อนยามเดินป่าคนเดียว แต่การเป่าในเวลากลางวันและกลางคืนจะมีเนื้อหาต่างกัน นอกจากนี้เค่งยังถูกเป่าในวาระพิเศษต่างๆ เช่น การทักทายครั้งแรกที่พบกัน แสดงความชื่นชมยินดี การกล่าวสวัสดี (ซินซึซือปุ) เป่าเค่งเพื่อทักทาย และแสดงการต้อนรับด้วยความเต็มใจ การปลอบประโลมใจลูกกำพร้า (ยู่ตุ่งยู่กี๊) แสดงให้รู้ว่าพ่อเฒ่ายังรักเหมือนลูกหลานอยู่ และเมื่อเดินทางจากที่ไกลๆ มาเยี่ยม (คิคลิ) จะเป่าเค่งเพื่อแสดงความมีน้ำใจบ่งบอกให้ทราบว่ายังเคารพและรำลึกถึงอยู่เสมอ เป็นต้น บทบาทของเค่งในพิธีกรรมทางความเชื่อ - พิธีศพ เนื่องจากม้งไม่มีวัดหรือฌาปนสถาน เค่งจึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แทนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในการประกอบพิธีกรรม ในพิธีศพ เมื่อมีคนตายจะต้องรีบเป่าเค่งก่อนเพื่อเป็นการนำวิญญาณ ม้งมีความเชื่อว่าเค่งสามารถใช้สื่อสารกับวิญญาณผู้ตายได้ ในระหว่างงานศพก่อนการรับประทานอาหารทุกมื้อและเวลาเที่ยงคืนต้องเป่าเค่ง ตีกลองพร้อมกับยิงปืน 3 นัดทุกคืนจนกว่าจะเสร็จงาน บทเพลงต่างๆที่เป่าในงานศพจะใช้เป่าเล่นไม่ได้เด็ดขาด - พิธีซื้อ เมื่อตายได้ 13 วันต้องทำพิธีซื้อเพื่อเชิญวิญญาณของผู้ตายให้มาเอาของหรือเครื่องใช้ส่วนตัวและช่วยดูแลปกป้องลูกหลาน ในพิธีจะใช้เค่งเป่าตั้งแต่บ้านของผู้ตายจนถึงหลุมฝังศพ หลังจากทำพิธีบริเวณหลุมฝังศพเสร็จ จะเป่าเค่งเพื่อนำวิญญาณของผู้ตายกลับไปสิงสถิตอยู่บนคานหรือขื่อภายในบ้าน - พิธีตจอผลี่ เป็นพิธีสำคัญรองจากพิธีศพ เป็นพิธีปล่อยวิญญาณผู้ตายให้ไปเกิดใหม่ จัดขึ้นหลังจากจัดพิธีซื้อแล้วประมาณ 1 เดือนหรือ 1 ปีแล้วแต่ความพร้อมของญาติผู้ตาย ในพิธีจะมีการตั้งเครื่องสังเวย ตลอดพิธีจะมีการเป่าเค่ง ตีกลอง เป็นเพลงหลายประเภท รวม 4 ช่วงคือ เพลงแรก (จังผลี่) เป็นการเป่าเค่งเพื่อเชิญวิญญาณผู้ตายให้กลับมาร่วมพิธี เพลงฆ่าบูชา (เค่งจ่า) เป็นเพลงที่ 2 เป่าเพื่อบอกให้วิญญาณผู้ตายมารับเครื่องเซ่นสังเวย เพลงจัดเตรียมอาหาร (โอ๊ดสุด) เป็นเพลงที่ 3 เป่าเพื่อบอกวิญญาณผู้ตายว่า ได้จัดเตรียมอาหารใส่จานไว้แล้ว เพลงสุดท้ายคือเพลงตจอผลี่ เป่าเพื่อให้ดวงวิญญาณผู้ตายกลับไปยังที่พำนักอาศัย ตอนท้ายของพิธีจะมีการเสี่ยงกระด้ง (ดว๋อ ว้าง) เพื่อเสี่ยงทายว่าวิญญาณของผู้ตายไปเกิดแล้วหรือยัง - พิธีทำบุญฆ่าวัวให้วิญญาณผู้ตาย (อัวญู่ดลั๊ง) กระทำเมื่อมีสิ่งผิดปกติเข้ามาในบ้าน เช่น นก งูหรือจักจั่น หรือมีเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้นในครอบครัว เช่น มีคนเจ็บป่วย มีสัตว์ส่งเสียงร้องในบ้าน เป็นต้น ม้งถือเป็นลางบอกเหตุ ต้องรีบปรึกษาหมอผีให้ทำนายและติดต่อกับวิญญาณบรรพบุรุษ หากทำนายว่าต้องทำบุญด้วยการฆ่าวัวเพื่อเซ่นสังเวย ลูกหลานจะต้องจัดพิธีพร้อมกับการเป่าเค่งและตีกลอง เค่งเป็นเครื่องดนตรีชนิดเดียวที่สามารถติดต่อสื่อสารและนำทางให้ดวงวิญญาณของผู้ตายได้ (หน้า 33-35) การต่อเพลงสำหรับเป่าในงานศพ ต้องทำในป่านอกหมู่บ้าน ห้ามผู้อื่นเป่าเค่งเล่นโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อใช้งานเสร็จต้องแขวนให้เรียบร้อยและห้ามนำไปเป่าเล่นเด็ดขาด (หน้า 40) ม้งเชื่อว่า ทุกครอบครัวมีผีประจำแซ่สกุลที่ต้องเลี้ยงไว้ หากครอบครัวใดไม่มีหมอผีคอยเลี้ยงผีประจำแซ่สกุล เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง ผีแซ่สกุลขาดที่พักอาศัย จะย้อนกลับมาเลือกบุคคลที่เหมาะสมในสกุลเพื่อเป็นหมอผี หมอผีเข้าทรงถือเป็นหมอผีขั้นสูง สามารถประกอบพิธีกรรมได้ทุกอย่าง เนื่องจากถูกคัดเลือกโดยผี เวลาประกอบพิธีจะใช้ผ้าดำปิดตา ม้งจึงเรียกว่า "หมอผีตาดำ" (เน้งขอหมั่วดลู้) - พิธีเรียกขวัญ (ฮูผลี่) ม้งมีความเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมามีขวัญอยู่บนศีรษะจนวันตาย เมื่อเกิดความกลัวหรือตกใจสุดขีด ขวัญจะบินหนีหรืออาจถูกผีร้ายมาชิง จึงทำให้เจ็บป่วยและตายในที่สุด ดังนั้น จึงต้องทำพิธีเรียกขวัญตรงบริเวณที่เกิดเหตุ เพราะเชื่อว่ามีขวัญตกหล่นอยู่ที่นั่น ในพิธีจะมีการฆ่าไก่เพื่อเซ่นสังเวยเพื่อให้ผีเอาวิญญาณของไก่ไปแทน - พิธีทำบน (ฝีเหย่ง) และแก้บน (เป้าเหย่ง) เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นอันตรายหรือมีผู้ป่วยหนัก ม้งจะทำพิธีบน เพื่อขอความช่วยเหลือจากผีที่ตนเชื่อถือ เช่น ผีบรรพบุรุษ หากถึงกำหนดแก้บนแล้วไม่ทำตามสัญญาผีจะทำอันตรายให้ล้มป่วยและสิ้นชีวิตได้ ปัจจุบันม้งนิยมทำบนกับผีบรรพบุรุษด้วยหมูเพื่อขอความคุ้มครองและจะแก้บนในช่วงวันขึ้นปีใหม่ของทุกปี - พิธีตั้งชื่อเป็นผู้ใหญ่ (ตี่ เบ ฮเหล่า) เมื่อมีเด็กเกิดใหม่จะต้องประกอบพิธีทำขวัญและตั้งชื่อ (ฮูผลี่ ตี่เบ) การตั้งชื่อจะใช้คำมงคลเพียงพยางค์เดียว เด็กชายเมื่อโตขึ้นแต่งงานมีครอบครัวแล้วจะต้องทำพิธีตั้งชื่อเป็นผู้ใหญ่ (ตี่ เบ ฮเหล่า) พิธีนี้จะเติมคำที่มีความหมายเป็นมงคลพยางค์เดียวหน้าชื่อเดิม (หน้า 38-40)

Education and Socialization

การเรียนเพลงที่ใช้บรรเลงในงานศพจะต้องไปเรียนกันนอกหมู่บ้านหรือตามชายป่า (หน้า 32)

Health and Medicine

พิธีรักษาโรคด้วยหมอผี (อัวเน้ง) ม้งเชื่อว่าการเจ็บป่วย เกิดจากการกระทำของภูตผีรวมทั้งวิญญาณของบรรพบุรุษ หมอผี (เน้ง) จะเป็นผู้ตรวจดูและทำนายว่าเกิดจากสาเหตุใด เมื่อทราบสาเหตุแล้ว จะต้องเชิญหมอผีมาทำพิธีเพื่อเซ่นสังเวยเพื่อเป็นการเอาเนื้อและวิญญาณของสัตว์ไปแลกแทนเพื่อให้ภูตผีไว้ชีวิตแก่ผู้ป่วยให้กลับคืนมา พิธีรักษาโรคจนกลายเป็นหมอผีเข้าทรง (อัวเน้งขอหมั่วดลู้) ม้งเชื่อว่า หมอผีเข้าทรงส่วนใหญ่ไม่ได้ตั้งใจจะเป็นหมอผี แต่เกิดจากการถูกผีบังคับเข้าสิงให้ล้มป่วย เมื่อรู้ตัวว่าถูกผีเลือกให้เป็นหมอผี จะต้องไปแสดงตนกับหมอผีที่ตนเคารพนับถือเรียกว่า "หมอผีครู" เพื่อสอบถามว่าควรปฏิบัติอย่างไร พิธีรักษาโรคโดยหมอผีเรียน (อัวเน้งขอหมั่วเดล้อ) เป็นหมอผีที่เรียนรู้พิธีกรรมต่างๆจากหมอผีคนอื่น สามารถประกอบพิธีขั้นพื้นฐานได้ ม้งเรียกว่า "หมอผีตาเปล่า" เพราะผีไม่ได้มาเข้าทรงคัดเลือก (หน้า 38)

Art and Crafts (including Clothing Costume)

เค่งเป็นเครื่องดนตรีที่จัดอยู่ในตระกูลเครื่องลม (Aero phones) ลิ้นเดียว (Single Reed) เค่งสร้างจากไม้ไผ่ มีลักษณะเป็นท่อ เกิดเสียงโดยการเป่าลมกระทบลิ้นโลหะ (Reed) เค่งมีลักษณะทางกายภาพ อยู่ 2 ส่วนคือ ส่วนที่เป็นท่อเสียงเรียกว่า ลำเค่ง (ดี๋เค่ง) ซึ่งมีทั้งหมด 6 ลำเสียบอยู่บนตัวเค่งข้างละ 3 ลำ ทำด้วยไม้ไผ่ และส่วนที่สองเป็นท่อเป่า เรียกว่าตัวเค่ง(เต๊าเค่ง) ลักษณะคล้ายน้ำเต้า ทำด้วยไม้เนื้ออ่อน เรียกว่า "ดง ดล๋า" (คือไม้ทัพพีหรือช้อนกินข้าว) และไม้ "ตสีเปะ" มีอยู่ 2 ชนิดคือ ไม้ต้นสนและไม้ต้นเฟิร์น แต่ปัจจุบันไม้ทั้งสองชนิดหายาก จึงใช้ไม้ดู่ ไม้ซ้อ ไม้ยูคาหรือไม้สักแทน การทำจะใช้ไม้ชิ้นเดียวผ่ากลาง 2 ซีกเพื่อเจาะให้กลวง แล้วนำมาประกบกันให้สนิท รัดด้วยเปลือกไม้กำลังเสือโคร่ง ปัจจุบันจะใช้แผ่นเงิน ทองเหลืองหรือพลาสติกแทน ลำตัวสำหรับถือ เป็นกะเปาะ (เต๊า) เจาะรูตามแนวตั้งจำนวน 2 แถวๆ ละ 3 รู เพื่อใช้เสียบลำเค่ง ส่วนปลายเป็นท่อสำหรับเป่ามีลักษณะเรียวแหลมเซาะเป็นร่องตรงกลาง ปากเป่าหุ้มด้วยทองเหลืองเพื่อความคงทนสวยงาม ปลายกะเปาะเจาะรูเล็กๆ ไว้ระบายน้ำลาย ด้านขวามีลำเค่งพิเศษขนาดใหญ่ (ดี๋หลัว) ภายในบรรจุลิ้นเสียง (ไหลเค่ง) ทำจากทองเหลือ 3 ลิ้น ถือเป็นท่อหลักในการตั้งเสียง ส่วนอีก 5 ท่อคือดี๋ตือ ดี๋สุ ดี๋เค่ง ดี๋ไลและดี๋ปู เป็นท่อขนาดเล็กเท่าหัวแม่มือทำจากไม้ไผ่ข้อยาวต่างกันตั้งแต่ 30 - 100 เซนติเมตร มีลิ้น(ไหลเค่ง) 1 ลิ้น ทำจากทองเหลือง นิยมดัดปลายให้งอขึ้นเพื่อความสวยงาม (หน้า 41-42,75,111,126) จากการวิเคราะห์ระบบเสียงเค่งทั้ง 12 ขนาด พบว่า ค่าความยาวโดยเปรียบเทียบเสียงแต่ละท่อของเค่งทั้ง 12 ขนาด มีความยืดหยุ่นไม่คงที่ เสียงเค่งทั้งหมดมี 6 เสียง มีลักษณะคล้ายกับบันไดเสียงสากลแบบ 5 เสียง (Pentatonic) โดยมีเสียงที่ 1 กับเสียงที่ 6 ห่างกัน 1 Octave (หน้า 122,124) บันไดเสียงเค่งทั้ง 12 ขนาดมีความใกล้เคียงกับบันไดเสียง Pythagorean มากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 58.33 (หน้า 131)

Folklore

ตำนานความเชื่อเกี่ยวกับเค่ง ในอดีตกาลมนุษย์มีความเป็นอมตะ เกิดมาแล้วไม่ตาย จึงรู้สึกเกิดความเบื่อหน่าย ไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป ครั้นไปพบเสือสองตัวนอนตายเลยอยากตายเหมือนเสือ เมื่อไปกราบทูลผีฟ้า (เหยอะ เซ้า) ผีฟ้ายอมอนุญาตแต่มีข้อแม้ว่าต้องนำเค่งมาเป่าทำพิธีให้ศพของเสือสองตัวที่นอนตายนั้นก่อน มนุษย์จึงปฏิบัติตาม ตั้งแต่นั้นมามนุษย์จึงเกิดแล้วตายและใช้เค่งเป่าในพิธีศพด้วย (หน้า 35-36)

Ethnicity (Ethnic Identity, Boundaries and Ethnic Relation)

ไม่มีข้อมูล

Social Cultural and Identity Change

ไม่มีข้อมูล

Critic Issues

ไม่มีข้อมูล

Other Issues

ไม่มี

Google Map

Map/Illustration

แผนภูมิ - แสดงค่าเซนระบบแบ่งเท่า (8,23) - แสดงความชื่อและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ (หน้า 31) - แสดงความเชื่อและพิธีกรรม (36) - แสดงขั้นตอนการเตรียมการ (หน้า45) - แสดงค่าเสียงของเค่งตัวที่ 1 แตกต่างจากระบบ Equal Temperament(80) - แสดงค่าเสียงของเค่งตัวที่ 2 แตกต่างจากระบบ Equal Temperament(83) - แสดงค่าเสียงของเค่งตัวที่ 3 แตกต่างจากระบบ Equal Temperament(85) - แสดงค่าเสียงของเค่งตัวที่ 4 แตกต่างจากระบบ Equal Temperament(88) - แสดงค่าเสียงของเค่งตัวที่ 5 แตกต่างจากระบบ Equal Temperament(90) - แสดงค่าเสียงของเค่งตัวที่ 6 แตกต่างจากระบบ Equal Temperament(93) - แสดงค่าเสียงของเค่งตัวที่ 7 แตกต่างจากระบบ Equal Temperament(96) - แสดงค่าเสียงของเค่งตัวที่ 8 แตกต่างจากระบบ Equal Temperament(98) - แสดงค่าเสียงของเค่งตัวที่ 9 แตกต่างจากระบบ Equal Temperament(101) - แสดงค่าเสียงของเค่งตัวที่ 10 แตกต่างจากระบบ Equal Temperament(104) - แสดงค่าเสียงของเค่งตัวที่ 11 แตกต่างจากระบบ Equal Temperament(106) - แสดงค่าเสียงของเค่งตัวที่ 12 แตกต่างจากระบบ Equal Temperament(109) - แสดงความเชื่อทำให้เกิดพิธีต่างๆ(128) สารบัญกราฟ - แสดงค่าเซนต์โดยเปรียบเทียบของท่อดี๋หลัวทั้ง 12 ท่อ(116-118) สารบัญตาราง - แสดงโน้ต ค่าความถี่ ค่าเซนระบบ Equal Temperament ในช่วง 1 ทบ(8) - แสดงค่า Log ต่างๆ (13) - แสดงขั้นคู่เสียงในระบบต่างๆ (13) - แสดงโน้ต ค่าความถี่ ค่าเซนต์ระบบ Equal Temperament ใน 1 Octave(24) - แสดงรายละเอียดขนาดของเค่งตัวที่ 1(52) - แสดงผลการลบด้วยค่าเซนต์สูงสุด(78) - แสดงระบบของเสียงเค่งตัวที่ 1 แตกต่างจากบันไดเสียง Equal Temperament (81) - แสดงบันไดเสียงของเค่งตัวที่ 1(82) - แสดงค่าความยาวโดยเปรียบเทียบของเค่งตัวที่ 2 (83) - แสดงระบบของเสียงเค่งตัวที่ 2 ต่างจากบันไดเสียง Equal Temperament (84) - แสดงค่าความถี่เสียงของเค่งตัวที่ 2 ต่างจากบันไดเสียง Equal Temperament (84) - แสดงค่าเซนต์โดยเปรียบเทียบของเค่งตัวที่ 1 (112) - แสดงความถี่เสียงของเค่งตัวที่ 1(112) - แสดงรายละเอียดค่าเซนต์โดยเปรียบเทียบของเค่งทั้ง 12 ขนาด(123) - แสดงช่วงความห่างของค่าเซนต์โดยเปรียบเทียบ(123) - แสดงเสียงเค่งที่อยู่ในบันไดเสียงทั้ง 5 ระบบ(132) - แสดงค่าใกล้เคียงกับบันไดเสียงทั้ง 5 ระบบ(140)

Text Analyst สุวิทย์ เลิศวิมลศักดิ์ Date of Report 23 มี.ค 2549
TAG ม้ง, เครื่องดนตรี, ค่ง, เชียงใหม่, Translator -
 
 

 

ฐานข้อมูลอื่นๆของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
  ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย
จารึกในประเทศไทย
จดหมายเหตุทางมานุษยวิทยา
แหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย
หนังสือเก่าชาวสยาม
ภาพยนตร์ชาติพันธุ์
ข่าวมานุษยวิทยา
ICH Learning Resources
ฐานข้อมูลเอกสารโบราณภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทย
ฐานข้อมูลประเพณีท้องถิ่นในประเทศไทย
ฐานข้อมูลสังคม - วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  หน้าหลัก
งานวิจัยชาติพันธุ์ในประเทศไทย
บทความชาติพันธุ์
ข่าวชาติพันธุ์
เครือข่ายชาติพันธุ์
เกี่ยวกับเรา
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  ข้อมูลโครงการ
ทีมงาน
ติดต่อเรา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
ช่วยเหลือ
  กฏกติกาและมารยาท
แบบสอบถาม
คำถามที่พบบ่อย


ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170 
Tel. +66 2 8809429 | Fax. +66 2 8809332 | E-mail. webmaster@sac.or.th 
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2549    |   เงื่อนไขและข้อตกลง