ค้นหาข้อมูล
ค้นหาแบบละเอียด
  •   ความเป็นมาและหลักเหตุผล

    เพื่อรวบรวมงานวิจัยทางชาติพันธุ์ที่มีคุณภาพมาสกัดสาระสำคัญในเชิงมานุษยวิทยาและเผยแผ่สาระงานวิจัยแก่นักวิชาการ นักศึกษานักเรียนและผู้สนใจให้เข้าถึงงานวิจัยทางชาติพันธุ์ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

  •   กลุ่มชาติพันธุ์และขอบเขตพื้นที่ที่จะสรุปงานวิจัยลงฐานข้อมูล

    ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน ในขั้นแรกนี้โครงการฯ เลือกเก็บเนื้อหา “กลุ่มชาติพันธุ์” ต่างๆ ที่ถูกมองว่าเป็น “ชนกลุ่มน้อย” ของประเทศไทย ฐานข้อมูลจึงไม่มีงานวิจัยที่เกี่ยวกับคนไทยภาคกลาง  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ และยังไม่ได้รวมงานวิจัยเกี่ยวกับ “ชาวจีนโพ้นทะเล” ในประเทศไทย ซึ่งได้มีสถาบันวิชาการอื่นรวบรวมไว้แล้ว เช่น สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ภาพ-ข้าวห่อ อาหารของปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ. เชียงใหม่
  •   ฐานข้อมูลจำแนกกลุ่มชาติพันธุ์ตามชื่อเรียกที่คนในใช้เรียกตนเอง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ คือ

    1. ชื่อเรียกที่ “คนอื่น” ใช้มักเป็นชื่อที่มีนัยในทางเหยียดหยาม ทำให้สมาชิกกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ รู้สึกไม่ดี อยากจะใช้ชื่อที่เรียกตนเองมากกว่า ซึ่งคณะทำงานมองว่าน่าจะเป็น “สิทธิพื้นฐาน” ของการเป็นมนุษย์

    2. ชื่อเรียกชาติพันธุ์ของตนเองมีความชัดเจนว่าหมายถึงใคร มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างไร และตั้งถิ่นฐานอยู่แห่งใดมากกว่าชื่อที่คนอื่นเรียก ซึ่งมักจะมีความหมายเลื่อนลอย ไม่แน่ชัดว่าหมายถึงใคร เช่น คำว่า “ลัวะ” ถูกใช้ในเรียกรวมในกลุ่ม ลเวือะ ลัวะ และปลัง เป็นต้น


    ภาพ-เยาวชนปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ.เชียงใหม่

  •  

    จากการรวบรวมงานวิจัยในฐานข้อมูลและหลักการจำแนกชื่อเรียกชาติพันธุ์ที่คนในใช้เรียกตนเอง พบว่า ประเทศไทยมีกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 62 กลุ่ม


    ภาพ-สุภาษิตปกาเกอะญอ
  •   การจำแนกกลุ่มชนมีลักษณะพิเศษกว่าการจำแนกสรรพสิ่งอื่นๆ

    เพราะกลุ่มชนต่างๆ มีความรู้สึกนึกคิดและภาษาที่จะแสดงออกมาได้ว่า “คิดหรือรู้สึกว่าตัวเองเป็นใคร” ซึ่งการจำแนกตนเองนี้ อาจแตกต่างไปจากที่คนนอกจำแนกให้ ในการศึกษาเรื่องนี้นักมานุษยวิทยาจึงต้องเพิ่มมุมมองเรื่องจิตสำนึกและชื่อเรียกตัวเองของคนในกลุ่มชาติพันธุ์ 


    ภาพ-สลากย้อม งานบุญของยอง จ.ลำพูน
  •   มโนทัศน์ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน

    ในช่วงทศวรรษของ 2490-2510 ในสาขาวิชามานุษยวิทยา “กลุ่มชาติพันธุ์” คือ กลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมเฉพาะแตกต่างจากกลุ่มชนอื่นๆ ซึ่งมักจะเป็นการกำหนดในเชิงวัตถุวิสัย โดยนักมานุษยวิทยาซึ่งสนใจในเรื่องมนุษย์และวัฒนธรรม

    แต่ความหมายของ “กลุ่มชาติพันธุ์” ในช่วงหลังทศวรรษ 
    2510 ได้เน้นไปที่จิตสำนึกในการจำแนกชาติพันธุ์บนพื้นฐานของความแตกต่างทางวัฒนธรรมโดยตัวสมาชิกชาติพันธุ์แต่ละกลุ่มเป็นสำคัญ... (อ่านเพิ่มใน เกี่ยวกับโครงการ/คู่มือการใช้)



    ภาพ-หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต บ้านของอูรักลาโว้ย
  •   สนุก

    วิชาคอมพิวเตอร์ของนักเรียน
    ปกาเกอะญอ  อ. แม่ลาน้อย
    จ. แม่ฮ่องสอน


    ภาพโดย อาทิตย์    ทองดุศรี

  •   ข้าวไร่

    ผลิตผลจากไร่หมุนเวียน
    ของชาวโผล่ว (กะเหรี่ยงโปว์)   
    ต. ไล่โว่    อ.สังขละบุรี  
    จ. กาญจนบุรี

  •   ด้าย

    แม่บ้านปกาเกอะญอ
    เตรียมด้ายทอผ้า
    หินลาดใน  จ. เชียงราย

    ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ถั่วเน่า

    อาหารและเครื่องปรุงหลัก
    ของคนไต(ไทใหญ่)
    จ.แม่ฮ่องสอน

     ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ผู้หญิง

    โผล่ว(กะเหรี่ยงโปว์)
    บ้านไล่โว่ 
    อ.สังขละบุรี
    จ. กาญจนบุรี

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   บุญ

    ประเพณีบุญข้าวใหม่
    ชาวโผล่ว    ต. ไล่โว่
    อ.สังขละบุรี  จ.กาญจนบุรี

    ภาพโดยศรยุทธ  เอี่ยมเอื้อยุทธ

  •   ปอยส่างลอง แม่ฮ่องสอน

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ปอยส่างลอง

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดย เบญจพล  วรรณถนอม
  •   อลอง

    จากพุทธประวัติ เจ้าชายสิทธัตถะ
    ทรงละทิ้งทรัพย์ศฤงคารเข้าสู่
    ร่มกาสาวพัสตร์เพื่อแสวงหา
    มรรคผลนิพพาน


    ภาพโดย  ดอกรัก  พยัคศรี

  •   สามเณร

    จากส่างลองสู่สามเณร
    บวชเรียนพระธรรมภาคฤดูร้อน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   พระพาราละแข่ง วัดหัวเวียง จ. แม่ฮ่องสอน

    หล่อจำลองจาก “พระมหามุนี” 
    ณ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า
    ชาวแม่ฮ่องสอนถือว่าเป็นพระพุทธรูป
    คู่บ้านคู่เมืององค์หนึ่ง

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม

  •   เมตตา

    จิตรกรรมพุทธประวัติศิลปะไต
    วัดจองคำ-จองกลาง
    จ. แม่ฮ่องสอน
  •   วัดจองคำ-จองกลาง จ. แม่ฮ่องสอน


    เสมือนสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม
    เมืองไตแม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ใส

    ม้งวัยเยาว์ ณ บ้านกิ่วกาญจน์
    ต. ริมโขง อ. เชียงของ
    จ. เชียงราย
  •   ยิ้ม

    แม้ชาวเลจะประสบปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย
    พื้นที่ทำประมง  แต่ด้วยความหวัง....
    ทำให้วันนี้ยังยิ้มได้

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ผสมผสาน

    อาภรณ์ผสานผสมระหว่างผ้าทอปกาเกอญอกับเสื้อยืดจากสังคมเมือง
    บ้านแม่ลาน้อย จ. แม่ฮ่องสอน
    ภาพโดย อาทิตย์ ทองดุศรี
  •   เกาะหลีเป๊ะ จ. สตูล

    แผนที่ในเกาะหลีเป๊ะ 
    ถิ่นเดิมของชาวเลที่ ณ วันนี้
    ถูกโอบล้อมด้วยรีสอร์ทการท่องเที่ยว
  •   ตะวันรุ่งที่ไล่โว่ จ. กาญจนบุรี

    ไล่โว่ หรือที่แปลเป็นภาษาไทยว่า ผาหินแดง เป็นชุมชนคนโผล่งที่แวดล้อมด้วยขุนเขาและผืนป่า 
    อาณาเขตของตำบลไล่โว่เป็นส่วนหนึ่งของป่าทุ่งใหญ่นเรศวรแถบอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   การแข่งขันยิงหน้าไม้ของอาข่า

    การแข่งขันยิงหน้าไม้ในเทศกาลโล้ชิงช้าของอาข่า ในวันที่ 13 กันยายน 2554 ที่บ้านสามแยกอีก้อ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
 
  Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre
Ethnic Groups Research Database
Sorted by date | title

   Record

 
Subject ลาหู่,มูเซอดำ,การพัฒนาการเกษตร,เชียงใหม่
Author พยุงศักดิ์ ไชยกอ
Title ความต้องการในการพัฒนาอาชีพการเกษตรของชาวเขาเผ่ามูเซอดำ หมู่บ้านดอยปู่หมื่นใน ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
Document Type วิทยานิพนธ์ Original Language of Text ภาษาไทย
Ethnic Identity ลาหู่ ลาฮู, Language and Linguistic Affiliations จีน-ทิเบต(Sino-Tibetan)
Location of
Documents
ห้องสมุดศูนย์มนุษยวิทยาสิรินธร
(เอกสารฉบับเต็ม)
Total Pages 83 Year 2544
Source ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (เกษตรศาสตร์) สาขาวิชาส่งเสริมการเกษตร บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
Abstract

ศึกษาสภาพการเกษตร ความต้องการพัฒนาอาชีพการเกษตร หาความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะส่วนบุคคล สถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของเกษตรกรกับความต้องการพัฒนาอาชีพการเกษตร ตลอดจนศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาอาชีพการเกษตรของเกษตรกรชาวเขาเผ่ามูเซอดำ หมู่บ้านดอยปู่หมื่นใน ต.แม่สาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ที่เป็นหัวหน้าครัวเรือน 36 คน จาก 36 หลังคาเรือน ผลการวิจัยพบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้างและทำการเกษตร มีพื้นที่การเกษตรถือครองเฉลี่ย 14 ไร่ ปลูกพืชหลักๆ คือ ชา บ๊วย ลิ้นจี่ มีการเลี้ยงสัตว์ เช่น หมูและไก่ เพื่อประกอบพิธีกรรมและบริโภคในครัวเรือน ความต้องการพัฒนาอาชีพการเกษตร สิ่งที่เกษตรกรต้องการมากที่สุด คือ การถือครองที่ดิน แหล่งเงินกู้/สินเชื่อเพื่อการเกษตร ความรู้ด้านการเกษตร การฝึกอบรมและศึกษาดูงานด้านการเกษตร ความรู้ในการใช้ปุ๋ยเคมี การใช้ยาป้องกันกำจัดศัตรูพืช เส้นทางคมนาคมขนส่งสินค้าที่ควรพัฒนาขึ้น การเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ราคาผลผลิตทางการเกษตร การปรับปรุงคุณภาพผลผลิต การจัดตั้งกลุ่ม/รวมกลุ่ม การรับรู้ข่าวสารด้านการเกษตร เกษตรกรกลุ่มตัวอย่างมีปัญหาด้านพันธุ์พืชที่ให้ผลผลิตต่ำ ไม่มีคุณภาพ ขาดเทคโนโลยีมารองรับ แรงงานไม่เพียงพอ ขาดตลาดรับซื้อที่ให้ราคาเป็นธรรม นอกจากนี้สัตว์เลี้ยงก็เจริญเติบโตช้า เกษตรกรไม่ได้รับการศึกษา ขาดความรู้ด้านการเกษตร ข้อเสนอแนะจากผู้วิจัยคือ รัฐบาลควรใส่ใจส่งเสริมพัฒนาการเกษตรบนที่สูงอย่างจริงจัง โดยทำความเข้าใจสภาพพื้นที่ ทรัพยากรธรรมชาติและสังคมของเกษตรกร โดยใช้แนวทางในงานวิจัยชิ้นนี้เพื่อพัฒนาส่งเสริมอาชีพ ความเป็นอยู่ของเกษตรกรชาวเขาให้สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของเกษตรกร (ดูหน้าบทคัดย่อ)

Focus

ศึกษาสภาพการเกษตร ความต้องการพัฒนาอาชีพการเกษตร หาความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะส่วนบุคคล สถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของเกษตรกรกับความต้องการพัฒนาอาชีพการเกษตร ตลอดจนศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาอาชีพการเกษตรของเกษตรกรชาวเขาเผ่ามูเซอดำ หมู่บ้านดอยปู่หมื่นใน ต.แม่สาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ (หน้า ง, 73)

Theoretical Issues

ไม่มี

Ethnic Group in the Focus

เกษตรกรเผ่ามูเซอดำ ในหมู่บ้านดอยปู่หมื่นใน ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ที่เป็นหัวหน้าครัวเรือนหมู่บ้านดอยปู่หมื่นใน 36 คน จาก 36 หลังคาเรือน (หน้า 3, 22)

Language and Linguistic Affiliations

ภาษาพูดของลาฮูคือภาษาธิเบต - พม่า คล้ายคลึงกับชาวเขาเผ่าอื่น บางที่เหมือนกับภาษาของโลโลทางใต้ คำบางคำนำมาจากภาษาดั้งเดิมของจีนและไทยใหญ่ ลาฮูส่วนใหญ่พูดภาษาไทยและลาวพอเข้าใจได้ บางคนก็พูดภาษาจีนยูนนาน พม่า สามารถอ่านและเขียนอักษรโรมันที่พวกสอนศาสนานำเข้าไปเผยแพร่ได้อีกด้วย (หน้า 14) กลุ่มตัวอย่างเกษตรกรมูเซอดำบ้านดอยปู่หมื่นในไม่สามารถใช้ภาษาไทยติดต่อสื่อสารได้จำนวน 31 คน (ร้อยละ 86.10) ใช้ภาษาไทยได้ 5 คน (ร้อยละ 13.90) (หน้า 28-29 , 74)

Study Period (Data Collection)

ไม่ระบุ

History of the Group and Community

ลาฮู (Lahu) หรือมูเซอมีถิ่นฐานเดิมอยู่ที่ธิเบตหรือบริเวณใกล้เคียง มีเชื้อสายธิเบต - พม่า เมื่อถูกชาวจีนรุกรานก็ค่อยๆ อพยพถอยร่นลงมาทางใต้ มาอาศัยอยู่ในประเทศลาวบ้าง รัฐฉานบ้าง บางกลุ่มก็เข้ามาอาศัยในประเทศไทยทางภาคเหนือใน จ.เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก ในไทยสามารถแบ่งลาฮูได้เป็น 4 กลุ่มคือ 1) ลาฮูนะ (Lahu Na) หรือมูเซอดำ 2) ลาฮูยี่ (Lahu Nyi) หรือมูเซอแดง 3) ลาฮูเซเล (Lahu Sheh Leh) 4) ลาฮูชี (Lahu Shi) หรือมูเซอเหลือง (หน้า 14)

Settlement Pattern

ไม่มีข้อมูล

Demography

มูเซออาศัยกระจัดกระจายทั่วไปในประเทศไทย จากการสำรวจในประเทศไทยมีหมู่บ้านมูเซอรวมทั้งสิ้น 419 หมู่บ้าน 14,696 ครัวเรือน จำนวนประชากรทั้งสิ้น 84,262 คน จากกลุ่มตัวอย่างเกษตรกรมูเซอบ้านดอยปู่หมื่นในเป็นเพศชายทั้งหมด ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 36-45 ปี อายุต่ำที่สุด 18 ปี อายุสูงสุด 55 ปี มีอายุเฉลี่ย 37.53 ปี (หน้า 25-26, 73)

Economy

ลาฮูพึ่งพาการทำเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่โดยทำไร่เลื่อนลอยหรือไร่หมุนเวียน นิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยงบ้าง เช่น หมูและไก่ ส่วนวัวควายไม่นิยมเลี้ยง ส่วนใหญ่นิยมเลี้ยงไว้เพื่อบริโภคและใช้ในพิธีกรรม นอกจากนี้ลาฮูยังนิยมล่าสัตว์เอาเนื้อมาขายหรือบริโภคอีกด้วย (หน้า 16) กลุ่มตัวอย่างมีจำนวนแรงงานในครัวเรือนอยู่ในช่วง 1-3 คน มีจำนวน 29 ครอบครัว (ร้อยละ 81.56) จำนวนแรงงานในครัวเรือนอยู่ในช่วง 4-6 คน จำนวน 7 ครอบครัว (ร้อยละ 19.44) อาชีพหลักของเกษตรกรกลุ่มตัวอย่างคือรับจ้างทั่วไปจำนวน 21 คน (ร้อยละ 58.3) รองลงมาคือประกอบอาชีพทำการเกษตรจำนวน 14 คน (ร้อยละ 38.9) และอาชีพค้าขาย 1 คน (ร้อยละ 2.8) อาชีพรองคือทำการเกษตรจำนวน 23 คน (ร้อยละ 63.9) รองลงมาคือรับจ้างทั่วไปจำนวน 13 คน (ร้อยละ 36.1) โดยรายได้รวมของครอบครัวส่วนใหญ่อยู่ที่ 20,001-40,000 บาทต่อปี ร้อยละ 50 รองลงมาคือรายได้น้อยกว่า 20,000 บาทต่อปี ร้อยละ 33.3 รายได้รวมระหว่าง 40,001-60,000 บาทต่อปี ร้อยละ 11.1 รายได้ครัวเรือนมากกว่า 60,000 บาทต่อปี ร้อยละ 5.6 เกษตรกรมีรายจ่ายทำการเกษตรน้อยกว่า 5,000 บาทต่อปี ร้อยละ 63.9 รองลงมาครอบครัวมีรายจ่ายในการทำการเกษตรระหว่าง 5,001-10,000 บาทต่อปี ร้อยละ 19.4 รายจ่าย 10,001-15,000 บาทต่อปี ร้อยละ 8.3 และรายได้ครัวเรือนมากกว่า 15,000 บาทต่อปี ร้อยละ 8.3 (หน้า 29-32, 74) สภาพการเกษตร เกษตรกรส่วนใหญ่มีพื้นที่ทำการเกษตรเฉลี่ย 14 ไร่ต่อครอบครัว มีแปลงทำการเกษตร 2 - 3 แปลงต่อครอบครัว พืชหลักที่ปลูกคือ ชา บ๊วย ลิ้นจี่ ลูกไหน ท้อ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ ยากำจัดศัตรูพืช เพราะไม่มีปัจจัยหาซื้อได้ ลักษณะของดินอุดมสมบูรณ์ปานกลาง น้ำมีปริมาณเพียงพอต่อการเกษตร เกษตรกรส่วนใหญ่เลี้ยงสัตว์ 1-3 ชนิด คือ หมู ไก่ และวัว เพื่อใช้บริโภคในครัวเรือนและประกอบพิธีกรรม (หน้า 35-50, 75-77, 82) ความต้องการพัฒนาอาชีพ - สิ่งที่เกษตรกรต้องการมากที่สุด คือ การถือครองที่ดิน แหล่งเงินกู้/สินเชื่อเพื่อการเกษตร ความรู้ด้านการเกษตร การฝึกอบรมและศึกษาดูงานด้านการเกษตร ความรู้ในการใช้ปุ๋ยเคมี การใช้ยาป้องกันกำจัดศัตรูพืช เส้นทางคมนาคมขนส่งสินค้าที่ควรพัฒนาขึ้น การเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ราคาผลผลิตทางการเกษตร การปรับปรุงคุณภาพผลผลิต การจัดตั้งกลุ่ม/รวมกลุ่ม การรับรู้ข่าวสารด้านการเกษตร (หน้า 50-59, 77-80, 82) ปัญหาและอุปสรรค เกษตรกรกลุ่มตัวอย่างมีปัญหาด้านพันธุ์พืชที่ให้ผลผลิตต่ำ ไม่มีคุณภาพ ขาดเทคโนโลยีมารองรับ แรงงานไม่เพียงพอ ขาดตลาดรับซื้อที่ให้ราคาเป็นธรรม นอกจากนี้สัตว์เลี้ยงก็เจริญเติบโตช้า เกษตรกรไม่ได้รับการศึกษา ขาดความรู้ด้านการเกษตร เป็นต้น (หน้า 69-72, 82-83)

Social Organization

สังคมหมู่บ้านของลาฮูมีโครงสร้างหลวมๆ แต่ละครัวเรือนเป็นครอบครัวขยายประกอบด้วย หัวหน้าครัวเรือน ภรรยา บุตร บุตรเขย หลาน เพราะประเพณีแต่งงานกำหนดไว้ว่าชายต้องรับใช้พ่อแม่ฝ่ายหญิงที่ตนแต่งงานเป็นระยะเวลา 4 ปี ถึงสามารถสร้างบ้านของตนเองได้ ดังนั้นครอบครัวเดี่ยวที่เป็นเฉพาะสามี ภรรยา จึงไม่ค่อยมี เมื่อหัวหน้าครัวเรือนเสียชีวิต ตำแหน่งหัวหน้าจะตกอยู่กับภรรยา ลาฮูมีภรรยาเพียงคนเดียว เกิดจากการเลือกคู่ครองโดยอิสระ การแต่งงานฝ่ายหญิงมักจะมีอายุตั้งแต่ 14-16 ปี ฝ่ายชาย 15-20 ปี โดยฝ่ายชายต้องขอความยินยอมจากพ่อแม่ฝ่ายตนและส่งคนไปเจรจากับพ่อแม่ฝ่ายหญิง ถ้าตกลงก็แต่งงานกันวันนั้นที่บ้านฝ่ายหญิงโดยพิธีแต่งงานที่ไม่ใหญ่โต ไม่มีสินสอด ในงานแต่งงานต้องฆ่าหมู 1 ตัวเพื่อเซ่นไหว้แก่ผี ให้การแต่งงานมีความสุข เมื่อต้องการหย่าร้าง หากทั้ง 2 พอใจที่จะหย่า ก็แบ่งสมบัติเท่ากัน หากฝ่ายชายต้องการขอเลิกแล้วฝ่ายหญิงไม่ยอม สมบัติจะตกเป็นของฝ่ายหญิง และฝ่ายชายต้องเสียเงิน 150 บาท ถ้าฝ่ายชายไม่ยอมเลิก ฝ่ายหญิงต้องเสียเงิน 75 บาท และยกสมบัติให้ฝ่ายชาย (หน้า 15-16) จากกลุ่มตัวอย่างเกษตรกรที่เป็นหัวหน้าครัวเรือนส่วนใหญ่แต่งงานแล้วและอยู่กินด้วยกันมี 34 คน (ร้อยละ 94.4) เป็นหม้าย 2 คน (ร้อยละ 5.6) (หน้า 26, 73) จำนวนสมาชิกในครอบครัวของเกษตรกรที่อยู่ในช่วง 1-5 คน มีจำนวน 20 ครอบครัว (ร้อยละ 55.56) จำนวนสมาชิก 6-10 คน มีจำนวน 7 ครอบครัว (ร้อยละ 19.44) (หน้า 29, 74) กลุ่มตัวอย่างไม่มีตำแหน่งทางสังคมจำนวน 21 คน (ร้อยละ 58.3) มีตำแหน่งทางสังคม 15 คน (ร้อยละ 41.7) (หน้า 28, 74)

Political Organization

ไม่มีข้อมูล

Belief System

แนวทางปฏิบัติทางศาสนาของลาฮูได้รับอิทธิพลหลากหลายและกว้างขวาง บางกลุ่มได้รับอิทธิพลจากศาสนาพุทธ บางกลุ่มได้รับอิทธิพลจากศาสนาคริสต์ เช่น ลาฮูนะ (มูเซอดำ) แต่ลาฮูส่วนใหญ่เชื่อในผีและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติ ผีที่มีอำนาจมากที่สุดสำหรับลาฮูคือ "ผีฟ้า" (ลาฮูเรียกว่า "งือซา") เปรียบเสมือนเป็นพระเจ้าเป็นผู้สร้างสรรพสิ่งบนโลกนี้ นอกจากผีฟ้าแล้ว ลาฮูยังนับถือผีเรือนและผีหมู่บ้าน ผีดวงวิญญาณของบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วจะเซ่นไหว้เป็นประจำยามเจ็บป่วย ส่วนผีร้ายที่ลาฮูเกรงกลัว เช่น ผีน้ำ ผีป่า ผีไร่ ผีภูเขา (หน้า 17) เกษตรกรลาฮูกลุ่มตัวอย่างทุกคนนับถือศาสนาคริสต์ และให้ความสำคัญกับการมีส่วมร่วมในขนบธรรมเนียมประเพณี ได้แก่ การกินวอ คริสต์มาส การกินข้าวใหม่ การรับขวัญลูกเกิดใหม่ พิธีแต่งงาน และพิธีกรรมก่อนการเพาะปลูก (หน้า 27, 73)

Education and Socialization

กลุ่มตัวอย่างเกษตรกรลาฮูส่วนใหญ่ไม่เคยรับการศึกษาจำนวน 29 คน (ร้อยละ 80.5) รองลงมาคือจบประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 3 คน (ร้อยละ 8.3) จบการศึกษาต่ำกว่าประถมศึกษาปีที่ 4 และจบการศึกษาสูงกว่าประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวนเท่ากัน 2 คน (ร้อยละ 5.6) (หน้า 26-27, 73) เกษตรกรไม่ได้รับรู้ข่าวสารด้านการเกษตรจำนวน 28 คน (ร้อยละ 74.2) รับรู้ข่าวสารด้านการเกษตร 1 - 3 ครั้ง จำนวน 6 คน (ร้อยละ 20.3) รับรู้ข่าวสารด้านการเกษตร 4-6 ครั้ง จำนวน 1 คน (ร้อยละ 3.2) (หน้า 33, 74-75)

Health and Medicine

ไม่มีข้อมูล

Art and Crafts (including Clothing Costume)

เครื่องแต่งกายของลาฮู ผู้ชายใส่เสื้อดำทำด้วยฝ้าย เสื้อรั้งสูงเลยเอวขึ้นมา ส่วนมากเวลาใส่เสื้อจะไม่ติดกระดุม มีผ้าโพกหัวสีดำหรือสีน้ำเงิน กางเกงจะคล้ายกับกางเกงนอนตัวใหญ่ขายาวเลยเข่า มีผ้าคาดเอว บางคนใช้ผ้าพันขาด้วย ส่วนการแต่งกายของผู้หญิง จะใส่สีดำกางเกงหลวมขายาวถึงข้อเท้า เสื้อยาวถึงข้อเท้า แต่ผ่าด้านข้างจนถึงเอว ตกแต่งด้วยกระดุมเงินมากมายหลายแถว แขนเสื้อหลวมๆ มีผ้าลายเหลืองสลับสีขาวแดงเย็บติดกัน 3-4 ตอน นิยมโพกศรีษะด้วยผ้าดำยาวและเจาะใบหูทั้ง 2 ข้างสำหรับใส่ต้มหูที่ทำด้วยโลหะเงิน (หน้า 15)

Folklore

ไม่มีข้อมูล

Ethnicity (Ethnic Identity, Boundaries and Ethnic Relation)

ชาวเขาเผ่านี้เรียกตัวเองว่า "ลาฮู" ชาวจีนเรียกว่า "โลไฮ" คนไทยเรียกว่า "มูเซอ" (หน้า 14) กลุ่มตัวอย่างไม่เคยติดต่อกับเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเลย ส่วนการติดต่อกับหมู่บ้านใกล้เคียงจำนวน 28 คน (ร้อยละ 77.8) เคยติดต่อบ้าง 1-3 ครั้ง จำนวน 7 คน (ร้อยละ 19.4) เคยติดต่อบ้าง 4-6 ครั้ง จำนวน 1 คน (ร้อยละ 2.8) (หน้า 34, 75)

Social Cultural and Identity Change

ไม่มีข้อมูล

Critic Issues

ไม่มีข้อมูล

Other Issues

ไม่มี

Google Map

Map/Illustration

งานวิจัยชิ้นนี้มีตารางและรูปภาพประกอบเพื่อนำเสนอข้อมูลค่าต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยให้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น

Text Analyst สิทธิพร จรดล Date of Report 29 มิ.ย 2560
TAG ลาหู่, มูเซอดำ, การพัฒนาการเกษตร, เชียงใหม่, Translator -
 
 

 

ฐานข้อมูลอื่นๆของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
  ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย
จารึกในประเทศไทย
จดหมายเหตุทางมานุษยวิทยา
แหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย
หนังสือเก่าชาวสยาม
ภาพยนตร์ชาติพันธุ์
ข่าวมานุษยวิทยา
ICH Learning Resources
ฐานข้อมูลเอกสารโบราณภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทย
ฐานข้อมูลประเพณีท้องถิ่นในประเทศไทย
ฐานข้อมูลสังคม - วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  หน้าหลัก
งานวิจัยชาติพันธุ์ในประเทศไทย
บทความชาติพันธุ์
ข่าวชาติพันธุ์
เครือข่ายชาติพันธุ์
เกี่ยวกับเรา
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  ข้อมูลโครงการ
ทีมงาน
ติดต่อเรา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
ช่วยเหลือ
  กฏกติกาและมารยาท
แบบสอบถาม
คำถามที่พบบ่อย


ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170 
Tel. +66 2 8809429 | Fax. +66 2 8809332 | E-mail. webmaster@sac.or.th 
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2549    |   เงื่อนไขและข้อตกลง