ค้นหาข้อมูล
ค้นหาแบบละเอียด
  •   ความเป็นมาและหลักเหตุผล

    เพื่อรวบรวมงานวิจัยทางชาติพันธุ์ที่มีคุณภาพมาสกัดสาระสำคัญในเชิงมานุษยวิทยาและเผยแผ่สาระงานวิจัยแก่นักวิชาการ นักศึกษานักเรียนและผู้สนใจให้เข้าถึงงานวิจัยทางชาติพันธุ์ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

  •   กลุ่มชาติพันธุ์และขอบเขตพื้นที่ที่จะสรุปงานวิจัยลงฐานข้อมูล

    ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน ในขั้นแรกนี้โครงการฯ เลือกเก็บเนื้อหา “กลุ่มชาติพันธุ์” ต่างๆ ที่ถูกมองว่าเป็น “ชนกลุ่มน้อย” ของประเทศไทย ฐานข้อมูลจึงไม่มีงานวิจัยที่เกี่ยวกับคนไทยภาคกลาง  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ และยังไม่ได้รวมงานวิจัยเกี่ยวกับ “ชาวจีนโพ้นทะเล” ในประเทศไทย ซึ่งได้มีสถาบันวิชาการอื่นรวบรวมไว้แล้ว เช่น สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ภาพ-ข้าวห่อ อาหารของปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ. เชียงใหม่
  •   ฐานข้อมูลจำแนกกลุ่มชาติพันธุ์ตามชื่อเรียกที่คนในใช้เรียกตนเอง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ คือ

    1. ชื่อเรียกที่ “คนอื่น” ใช้มักเป็นชื่อที่มีนัยในทางเหยียดหยาม ทำให้สมาชิกกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ รู้สึกไม่ดี อยากจะใช้ชื่อที่เรียกตนเองมากกว่า ซึ่งคณะทำงานมองว่าน่าจะเป็น “สิทธิพื้นฐาน” ของการเป็นมนุษย์

    2. ชื่อเรียกชาติพันธุ์ของตนเองมีความชัดเจนว่าหมายถึงใคร มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างไร และตั้งถิ่นฐานอยู่แห่งใดมากกว่าชื่อที่คนอื่นเรียก ซึ่งมักจะมีความหมายเลื่อนลอย ไม่แน่ชัดว่าหมายถึงใคร เช่น คำว่า “ลัวะ” ถูกใช้ในเรียกรวมในกลุ่ม ลเวือะ ลัวะ และปลัง เป็นต้น


    ภาพ-เยาวชนปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ.เชียงใหม่

  •  

    จากการรวบรวมงานวิจัยในฐานข้อมูลและหลักการจำแนกชื่อเรียกชาติพันธุ์ที่คนในใช้เรียกตนเอง พบว่า ประเทศไทยมีกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 62 กลุ่ม


    ภาพ-สุภาษิตปกาเกอะญอ
  •   การจำแนกกลุ่มชนมีลักษณะพิเศษกว่าการจำแนกสรรพสิ่งอื่นๆ

    เพราะกลุ่มชนต่างๆ มีความรู้สึกนึกคิดและภาษาที่จะแสดงออกมาได้ว่า “คิดหรือรู้สึกว่าตัวเองเป็นใคร” ซึ่งการจำแนกตนเองนี้ อาจแตกต่างไปจากที่คนนอกจำแนกให้ ในการศึกษาเรื่องนี้นักมานุษยวิทยาจึงต้องเพิ่มมุมมองเรื่องจิตสำนึกและชื่อเรียกตัวเองของคนในกลุ่มชาติพันธุ์ 


    ภาพ-สลากย้อม งานบุญของยอง จ.ลำพูน
  •   มโนทัศน์ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน

    ในช่วงทศวรรษของ 2490-2510 ในสาขาวิชามานุษยวิทยา “กลุ่มชาติพันธุ์” คือ กลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมเฉพาะแตกต่างจากกลุ่มชนอื่นๆ ซึ่งมักจะเป็นการกำหนดในเชิงวัตถุวิสัย โดยนักมานุษยวิทยาซึ่งสนใจในเรื่องมนุษย์และวัฒนธรรม

    แต่ความหมายของ “กลุ่มชาติพันธุ์” ในช่วงหลังทศวรรษ 
    2510 ได้เน้นไปที่จิตสำนึกในการจำแนกชาติพันธุ์บนพื้นฐานของความแตกต่างทางวัฒนธรรมโดยตัวสมาชิกชาติพันธุ์แต่ละกลุ่มเป็นสำคัญ... (อ่านเพิ่มใน เกี่ยวกับโครงการ/คู่มือการใช้)



    ภาพ-หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต บ้านของอูรักลาโว้ย
  •   สนุก

    วิชาคอมพิวเตอร์ของนักเรียน
    ปกาเกอะญอ  อ. แม่ลาน้อย
    จ. แม่ฮ่องสอน


    ภาพโดย อาทิตย์    ทองดุศรี

  •   ข้าวไร่

    ผลิตผลจากไร่หมุนเวียน
    ของชาวโผล่ว (กะเหรี่ยงโปว์)   
    ต. ไล่โว่    อ.สังขละบุรี  
    จ. กาญจนบุรี

  •   ด้าย

    แม่บ้านปกาเกอะญอ
    เตรียมด้ายทอผ้า
    หินลาดใน  จ. เชียงราย

    ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ถั่วเน่า

    อาหารและเครื่องปรุงหลัก
    ของคนไต(ไทใหญ่)
    จ.แม่ฮ่องสอน

     ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ผู้หญิง

    โผล่ว(กะเหรี่ยงโปว์)
    บ้านไล่โว่ 
    อ.สังขละบุรี
    จ. กาญจนบุรี

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   บุญ

    ประเพณีบุญข้าวใหม่
    ชาวโผล่ว    ต. ไล่โว่
    อ.สังขละบุรี  จ.กาญจนบุรี

    ภาพโดยศรยุทธ  เอี่ยมเอื้อยุทธ

  •   ปอยส่างลอง แม่ฮ่องสอน

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ปอยส่างลอง

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดย เบญจพล  วรรณถนอม
  •   อลอง

    จากพุทธประวัติ เจ้าชายสิทธัตถะ
    ทรงละทิ้งทรัพย์ศฤงคารเข้าสู่
    ร่มกาสาวพัสตร์เพื่อแสวงหา
    มรรคผลนิพพาน


    ภาพโดย  ดอกรัก  พยัคศรี

  •   สามเณร

    จากส่างลองสู่สามเณร
    บวชเรียนพระธรรมภาคฤดูร้อน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   พระพาราละแข่ง วัดหัวเวียง จ. แม่ฮ่องสอน

    หล่อจำลองจาก “พระมหามุนี” 
    ณ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า
    ชาวแม่ฮ่องสอนถือว่าเป็นพระพุทธรูป
    คู่บ้านคู่เมืององค์หนึ่ง

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม

  •   เมตตา

    จิตรกรรมพุทธประวัติศิลปะไต
    วัดจองคำ-จองกลาง
    จ. แม่ฮ่องสอน
  •   วัดจองคำ-จองกลาง จ. แม่ฮ่องสอน


    เสมือนสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม
    เมืองไตแม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ใส

    ม้งวัยเยาว์ ณ บ้านกิ่วกาญจน์
    ต. ริมโขง อ. เชียงของ
    จ. เชียงราย
  •   ยิ้ม

    แม้ชาวเลจะประสบปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย
    พื้นที่ทำประมง  แต่ด้วยความหวัง....
    ทำให้วันนี้ยังยิ้มได้

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ผสมผสาน

    อาภรณ์ผสานผสมระหว่างผ้าทอปกาเกอญอกับเสื้อยืดจากสังคมเมือง
    บ้านแม่ลาน้อย จ. แม่ฮ่องสอน
    ภาพโดย อาทิตย์ ทองดุศรี
  •   เกาะหลีเป๊ะ จ. สตูล

    แผนที่ในเกาะหลีเป๊ะ 
    ถิ่นเดิมของชาวเลที่ ณ วันนี้
    ถูกโอบล้อมด้วยรีสอร์ทการท่องเที่ยว
  •   ตะวันรุ่งที่ไล่โว่ จ. กาญจนบุรี

    ไล่โว่ หรือที่แปลเป็นภาษาไทยว่า ผาหินแดง เป็นชุมชนคนโผล่งที่แวดล้อมด้วยขุนเขาและผืนป่า 
    อาณาเขตของตำบลไล่โว่เป็นส่วนหนึ่งของป่าทุ่งใหญ่นเรศวรแถบอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   การแข่งขันยิงหน้าไม้ของอาข่า

    การแข่งขันยิงหน้าไม้ในเทศกาลโล้ชิงช้าของอาข่า ในวันที่ 13 กันยายน 2554 ที่บ้านสามแยกอีก้อ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
 
  Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre
Ethnic Groups Research Database
Sorted by date | title

   Record

 
Subject ลาหู่ ลาฮู,เมี่ยน อิวเมี่ยน, ม้ง,ประวัติชนชาติ,ประเทศไทย
Author ไม่ทราบชื่อผู้แต่งแน่ชัด
Title ลัทธิธรรมเนียมต่างๆ ภาคที่ 24 ประวัติสังเขปชนชาติแม้ว เย้า มูเซอร์
Document Type หนังสือ Original Language of Text ภาษาไทย
Ethnic Identity ลาหู่ ลาฮู, เมี่ยน อิวเมี่ยน, ม้ง, Language and Linguistic Affiliations ม้ง-เมี่ยน
Location of
Documents
ห้องสมุดศูนย์มนุษยวิทยาสิรินธร Total Pages 25 Year 2475
Source ราชบัณฑิตยสภา
Abstract

ความเป็นมาของแม้ว เย้า และมูเซอ ค่อนข้างใกล้เคียงกัน กล่าวคือ เดิมอาศัยอยู่ในแถบประเทศจีน ฮ่อ และยูนนาน ก่อนที่จะอพยพเข้าสู่สยาม ดังนั้นลักษณะประเพณี วัฒนธรรม การแต่งกายของชาวเขาทั้ง 3 เผ่า จึงใกล้เคียงกับชาวจีน เช่น พิธีแต่งงาน ภาษาที่ใช้พูด ลักษณะการตั้งถิ่นฐานรวมไปถึงถิ่นที่อยู่ของชาวเขาทั้ง 3 เผ่า จะอยู่บนภูเขาสูง จะสร้างบ้านเพื่อให้สามารถเตรียมเคลื่อนย้ายได้ง่าย ชาวเขาทั้ง 3 เผ่า ส่วนใหญ่ทำการกสิกรรม ทำไร่ ปลูกพืชผัก และเลี้ยงสัตว์ เช่น หมู ไก่ ไว้บริโภคในครัวเรือนและนำไปขายและแลกเปลี่ยนกับคนพื้นราบ การรักษาอาการเจ็บป่วย ยังอาศัยความเชื่อแบบเดิมเพื่อเยียวยารักษา คือ ฆ่าหมู ไก่ เพื่อบรวงสรวงวิญญาณผีป่า ให้มารักษาอาการเจ็บป่วย

Focus

ศึกษาประวัติสังเขปของชนชาติแม้ว เย้า มูเซอ ในด้านต่างๆ ดังนี้ 1) ว่าด้วยลักษณะรูปร่าง 2) ทำเลที่อยู่และลัทธิขนบธรรมเนียม 3) ที่อยู่ทั่วไป 4) ที่อยู่โดยเฉพาะ 5) การนุ่งห่ม 6) อาหารการบริโภค 7) การคมนาคม 8) การกสิกรรม 9) การค้าขายแลกเปลี่ยน 10) การหัตถกรรม 11) ธรรมเนียมการปกครองครอบครัว 12) ลัทธิศาสนา 13) ภาษาพูด

Theoretical Issues

ไม่มี

Ethnic Group in the Focus

กลุ่มชาติพันธุ์ที่ถูกศึกษาครั้งนี้คือ แม้ว เย้า และ มูเซอ

Language and Linguistic Affiliations

แม้ว - ภาษาของแม้วมีสำเนียงพูดคล้ายจีนและฮ่อ และใช้ภาษาฮ่อเป็นภาษากลางสำหรับติดต่อเย้า มูเซอร์ และฮ่อ (หน้า 10) เย้า (ย้าว) - จากเอกสาร ผู้เขียนเขียนคล้ายกับแม้วทุกประการ ดูได้ที่หน้า 18 มูเซอ - ภาษาของมูเซอมีสำเนียงคล้ายไปในทางขมุ แต่คำพูดไม่เหมือนขมุ (หน้า 25)

Study Period (Data Collection)

หนังสือเล่มนี้น่าจะรวบรวมขึ้นก่อนปี พ.ศ.2475 ไม่ทราบชื่อผู้แต่งแน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าปลัดมณฑลประจำจังหวัดสั่งให้นายอำเภอและเจ้าหน้าที่แผนกต่างๆ สอบสวนรวบรวมขึ้น เพื่อส่งมาตีพิมพ์ในงานสยามรัฐพิพิธภัณฑ์ ณ สวนลุมพินี (หน้าคำนำ) พิมพ์ปี พ.ศ.2475

History of the Group and Community

แม้ว - แม้วเป็นคนชาวดอยชาติหนึ่ง เดิมอาศัยอยู่ในประเทศฮ่อและยูนาน (หน้า 1) เย้า - เดิมเย้าอยู่ในประเทศฮ่อและยูนนาน กวางซี แต่ไม่สามารถหาหลักฐานได้ว่าเย้ามาอาศัยอยู่ในสยามตั้งแต่เมื่อใด (หน้า 11) มูเซอ - มูเซอมี 2 จำพวกคือ มูเซอดำและมูเซอแดง ต่างกันที่ลักษณะการแต่งกายและรูปลักษณ์ของร่างกาย (หน้า 19)

Settlement Pattern

แม้ว - หมู่บ้านของแม้วมีบ้านอยู่ไม่ต่ำกว่า 10 ครัวเรือน อาศัยอยู่บนภูเขาที่มีอากาศเย็นและมีพื้นที่กว้างขวางเหมาะกับการเลี้ยงสัตว์ และใกล้กับแหล่งน้ำที่จะนำมาใช้ประโยชน์ โดยบริเวณที่ตั้งของบ้านจะไถพื้นดินจนโล่ง (หน้า 3) เย้า - จากเอกสาร ผู้เขียนเขียนคล้ายกับแม้วทุกประการ ดูได้ที่หน้า 13 มูเซอ - จากเอกสาร ผู้เขียนเขียนคล้ายกับแม้วและเย้าทุกประการ ดูได้ที่หน้า 21

Demography

ไม่มีข้อมูล

Economy

แม้ว - แม้วจะทำไร่และเลี้ยงสัตว์เป็นหลัก เมื่อถึงฤดูกาลจะถางพื้นที่เพื่อเตรียมไว้สำหรับทำไร่ปลูกข้าว ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ต้นปาง (ไว้ใช้ทอผ้า) ปลูกมัน แตง รวมไปถึงผักต่างๆ แต่จะปลูกข้าวโพดมากกว่าพืชชนิดอื่นเพราะใช้สำหรับเลี้ยงสัตว์และบริโภคเองด้วย โดยแม้วจะค้าขายแลกเปลี่ยนกับคนพื้นราบจากของป่าที่หาได้บ้าง พืชผักที่ปลูกเองบ้าง คนพื้นราบก็จะนำข้าวสาร เกลือ ผ้านุ่งห่มไปแลกเปลี่ยนด้วยเช่นกัน เงินที่ใช้นอกจากเงินของรัฐบาล ก็จะใช้เงินรูเปียด้วย (หน้า 8) เย้า - จากเอกสาร ผู้เขียนเขียนคล้ายกับแม้วทุกประการ ดูได้ที่หน้า 16-17 มูเซอ - มูเซอจะบริโภคเช่นเดียวกับแม้วและเย้า แต่จะรับประทานเนื้อสัตว์ป่าด้วย เช่น หมูป่า นก กวาง อีเก้ง โดยใช้ธนูดักยิงสัตว์ป่า (หน้า 23-24)

Social Organization

แม้ว - ประเพณีการแต่งงานคล้ายกับคนจีน โดยฝ่ายชายนำเงินไปมอบให้บิดามารดาของฝ่ายหญิง เมื่อคู่หนุ่มสาวชอบใจกันก็ไปพูดจากัน หลังจากนั้นจึงทำพิธีแต่งงาน เมื่อแต่งงานเสร็จแล้ว ฝ่ายหญิงต้องตกเป็นกรรมสิทธิ์ของฝ่ายชายอย่างเด็ดขาดและต้องมาอาศัยอยู่กับครอบครัวของฝ่ายชาย ถ้าฝ่ายชายเสียชีวิต ฝ่ายหญิงต้องดูแลลูกกับบิดามารดาฝ่ายชายต่อไป ฝ่ายหญิงจะมีสามีใหม่ได้ต่อเมื่อบิดามารดาของฝ่ายสามีเก่าเสียชีวิต แต่ต้องไปอยู่กับสามีใหม่โดยลำพัง ไม่สามารถนำลูกไปเลี้ยงได้ แม้วถือว่าหากครอบครัวใดมีบุตรชายมากจะถือว่าเป็นสิริมงคล นำความสุขความเจริญมาสู่บิดามารดา เพราะเมื่อแต่งงานแล้วจะมีภรรยาคอยมาช่วยปรนนิบัตินั่นเอง (หน้า 2) สามีจะมีอิสระเหนือบุตรและภรรยา บิดามารดาจะมีอิสระเหนือคนทั้งหมดในครัวเรือน ผู้ชายที่มีทรัพย์สินมากจะมีภรรยาได้หลายคน หากฝ่ายหญิงที่มีสามีแล้วประพฤตินอกใจสามี จะมีการปรับเท่ากับจำนวนเงินที่ฝ่ายชายได้มอบให้กับฝ่ายหญิง (หน้า 9) ประเพณีการตายมีการเลี้ยงกันอย่างเอิกเกริก และฆ่าสัตว์ เช่น โค หมู ไก่ ที่ผู้ตายได้เลี้ยงไว้ก่อนหน้านั้น มีการยิงปืนเพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ตาย หากผู้ตายมีสัตว์เลี้ยงมากก็จะเก็บศพผู้ตายไว้หลายวัน หลังจากนั้นจึงนำไปฝังและนำก้อนหินมาล้อมไว้ (หน้า 3) เย้า - จากเอกสาร ผู้เขียนเขียนคล้ายกับแม้วทุกประการ ดูได้ที่หน้า 18 มูเซอ - ประเพณีแต่งงานของมูเซอ เมื่อได้เป็นสามีภรรยากัน ฝ่ายชายต้องมาอยู่กินกับฝ่ายหญิงและเลี้ยงดูบิดามารดาฝ่ายหญิง 3 ปีก่อน แล้วจึงพากันกลับไปเลี้ยงดูบิดามารดาของฝ่ายชายอีก 3 ปี (หน้า 20) สามีมีอำนาจเหนือภรรยาและบุตร ส่วนภรรยามีหน้าที่ปรนนิบัติสามีและเลี้ยงดูบุตร (หน้า 24)

Political Organization

ไม่มีข้อมูล

Belief System

แม้ว - ถือลัทธิการไหว้เจ้าและผีบิดามารดา มีขนบธรรมเนียมเหมือนกับคนจีน เช่น ประเพณีการกินวอ (ไหว้เจ้าปีใหม่) พร้อมกับตรุษจีน ที่ใช้ไก่และสุกรเป็นของเซ่นไหว้ผี มีการกินเลี้ยงกันและเต้นรำอย่างเอิกเกริกทั้งหญิงและชาย การนับวันเดือนปีก็ถือตามประเพณีจีน (หน้า 1, 9) เย้า - จากเอกสาร ผู้เขียนเขียนคล้ายกับแม้วทุกประการ ดูได้ที่หน้า 11-3, 18 มูเซอ - มูเซอนับถือลัทธิการไหว้ผี ถือผีฟ้า (อากาศเทวดา) เซ่นไหว้ด้วยเครื่องสังเวยและเครื่องตีเป่า หากเจ็บป่วยต้องทำพิธีไหว้ผีฟ้า หากการเจ็บป่วยไม่บรรเทาต้องอพยพครอบครัวไปอยู่ที่อื่น เพราะผีฟ้าลงโทษไม่ให้มีความสุข (หน้า 19-21, 25)

Education and Socialization

แม้ว - แม้วไม่ได้รับการศึกษา จะมีการใช้หนังสือจีนบ้าง มีผู้รู้น้อยคน (หน้า 9) เย้า - จากเอกสาร ผู้เขียนเขียนคล้ายกับแม้วทุกประการ ดูได้ที่หน้า 18 มูเซอ - มูเซอไม่ได้รับการศึกษาเช่นเดียวกับแม้วและเย้า มูเซอจะใช้การขีดหรือปักไม้แทนตัวอักษรหนังสือ (หน้า 24)

Health and Medicine

แม้ว - หากเกิดการเจ็บป่วย จะมีการฆ่า หมู ไก่ เลี้ยงผีบ้าน ผีป่า ผีบิดามารดา แล้วนำด้ายผูกข้อมือเพื่อทำขวัญ ไม่มีการใช้ยาเพื่อรักษาการเจ็บป่วย (หน้า 2-3) เมื่อต้องการทำคลอดจะมี "มดหมอ" มาทำคลอดคล้ายกับคนเมือง เมื่อคลอดแล้ว มารดาต้องพันท้องไว้นั่งเอนหลังอยู่เฉยๆราว 15 วัน และกินน้ำร้อนและยาป่า ส่วนเด็กก็ให้กินนมมารดา (หน้า 2) เย้า - จากเอกสาร ผู้เขียนเขียนคล้ายกับแม้วทุกประการ ดูได้ที่หน้า 12-13

Art and Crafts (including Clothing Costume)

แม้ว - เครื่องนุ่งห่มของแม้วมักไม่สะอาด กางเกงของผู้หญิงก็นำขึ้นไปตากบนหลังคาและที่ราวในห้องตรงประตูทางเข้าออก ไม่ถือว่าเป็นความอุจาดและเสื่อมทราม (หน้า 3) การแต่งกายของผู้ชายจะคล้ายกับคนจีน เสื้อเป็นสีเขียวครามหรือสีดำ กระดุมเสื้อทำด้วยเงินและเป็นลูกกลมๆ ที่คอจะสวมห่วงประมาณ 1-2 ห่วงซึ่งทำด้วยเงิน ส่วนผู้หญิงจะนุ่งกระโปรงสีเขียวครามลวดลายดอกไม้ที่ทอด้วยเส้นปางยาวถึงเข่า การใส่เครื่องประดับจะแสดงถึงฐานะว่ารวยหรือจน (หน้า 6) ที่อยู่อาศัยของแม้วอาศัยพื้นดินแผ้วถางและได้ปรับสภาพให้เรียบร้อย ขนาดของที่อยู่อาศัยจะขึ้นอยู่กับจำนวนของสมาชิกในครัวเรือน บ้านที่สร้างจะมีลักษณะแน่นหนาแต่ไม่ถาวร คือโครงสร้างของบ้านจะใช้ไม้ไผ่เกือบทั้งหมด นอกลานบ้านจะมีเตาไฟใช้ฟืนสุมอยู่ตลอดทั้งปีไว้สำหรับผิงและต้มน้ำร้อนและใช้เป็นที่รับแขก นอกจากนี้ยังมีโรงม้า คอกหมู เล้าไก่ ปลูกเรียงอยู่บริเวณบ้าน โดยโรงเหล่านี้ใช้ไม้ไผ่เช่นเดียวกัน (หน้า 3-5) หัตถกรรมของแม้ว ฝ่ายชายจะทำใช้ในครัวเรือน ส่วนฝ่ายหญิงจะทำกระดาษจากหน่อไม้ ทำเครื่องเหล็กเครื่องเงินสำหรับแต่งตัว ทอเครื่องนุ่งห่มด้วยเส้นปาง เขียนลวดลายผืนผ้าด้วยขี้ผึ้งแล้วย้อม รวมไปถึงงานเย็บปักถักร้อยที่ใช้ในครัวเรือนก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายหญิง (หน้า 8 - 9) เย้า - จากเอกสาร ผู้เขียนเขียนคล้ายกับแม้วทุกประการ ดูได้ที่หน้า 13-16, 18 มูเซอ - มูเซอแดง ผู้ชายจะนุ่งกางเกง และสวมเสื้อคล้ายๆ กับเงี้ยว ผู้หญิงนุ่งผ้าซิ่นไว้ผมยาวและสวมเสื้อแบบอย่างเงี้ยว ส่วนมูเซอดำ ชายและหญิงสวมกางเกงและเสื้อ โพกศรีษะด้วยสีดำ ผู้ชายส่วนมากจะเจาะหูข้างซ้ายข้างเดียว (หน้า 19, 22-23) ที่อยู่อาศัยของมูเซอคล้ายๆ กับแม้วและเย้าคือบ้านที่ปลูกไม่ถาวร ใช้ไม้ไผ่เป็นวัตถุดิบหลัก แต่ต่างกันตรงที่ในห้องจะมีเตาไฟเพื่อใช้ผิงในฤดูหนาว หุงต้ม เลี้ยงหมู ส่วนสุนัขก็เลี้ยงไว้ในครัวเรือนนั้น มีขื่อไว้ใช้เก็บสัมภาระจำพวกเสื้อผ้า (หน้า 21-22) หัตถกรรมของมูเซอ ผู้หญิงปั่นฝ้าย ทอผ้า บ้างเย็บเครื่องนุ่งห่มใช้เอง ส่วนผู้ชายทำเครื่องเหล็ก เช่น มีด และเครื่องเงินที่ใช้สำหรับแต่งตัว (หน้า 24)

Folklore

ไม่มีข้อมูล

Ethnicity (Ethnic Identity, Boundaries and Ethnic Relation)

ไม่มีข้อมูล

Social Cultural and Identity Change

ไม่มีข้อมูล

Critic Issues

ไม่มีข้อมูล

Other Issues

ไม่มี

Google Map

Map/Illustration

ไม่มี

Text Analyst สิทธิพร จรดล Date of Report 25 ก.ค. 2559
TAG ลาหู่ ลาฮู, เมี่ยน อิวเมี่ยน, ม้ง, ประวัติชนชาติ, ประเทศไทย, Translator -
 
 

 

ฐานข้อมูลอื่นๆของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
  ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย
จารึกในประเทศไทย
จดหมายเหตุทางมานุษยวิทยา
แหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย
หนังสือเก่าชาวสยาม
ภาพยนตร์ชาติพันธุ์
ข่าวมานุษยวิทยา
ICH Learning Resources
ฐานข้อมูลเอกสารโบราณภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทย
ฐานข้อมูลประเพณีท้องถิ่นในประเทศไทย
ฐานข้อมูลสังคม - วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  หน้าหลัก
งานวิจัยชาติพันธุ์ในประเทศไทย
บทความชาติพันธุ์
ข่าวชาติพันธุ์
เครือข่ายชาติพันธุ์
เกี่ยวกับเรา
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  ข้อมูลโครงการ
ทีมงาน
ติดต่อเรา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
ช่วยเหลือ
  กฏกติกาและมารยาท
แบบสอบถาม
คำถามที่พบบ่อย


ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170 
Tel. +66 2 8809429 | Fax. +66 2 8809332 | E-mail. webmaster@sac.or.th 
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2549    |   เงื่อนไขและข้อตกลง