ค้นหาข้อมูล
ค้นหาแบบละเอียด
  •   ความเป็นมาและหลักเหตุผล

    เพื่อรวบรวมงานวิจัยทางชาติพันธุ์ที่มีคุณภาพมาสกัดสาระสำคัญในเชิงมานุษยวิทยาและเผยแผ่สาระงานวิจัยแก่นักวิชาการ นักศึกษานักเรียนและผู้สนใจให้เข้าถึงงานวิจัยทางชาติพันธุ์ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

  •   กลุ่มชาติพันธุ์และขอบเขตพื้นที่ที่จะสรุปงานวิจัยลงฐานข้อมูล

    ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน ในขั้นแรกนี้โครงการฯ เลือกเก็บเนื้อหา “กลุ่มชาติพันธุ์” ต่างๆ ที่ถูกมองว่าเป็น “ชนกลุ่มน้อย” ของประเทศไทย ฐานข้อมูลจึงไม่มีงานวิจัยที่เกี่ยวกับคนไทยภาคกลาง  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ และยังไม่ได้รวมงานวิจัยเกี่ยวกับ “ชาวจีนโพ้นทะเล” ในประเทศไทย ซึ่งได้มีสถาบันวิชาการอื่นรวบรวมไว้แล้ว เช่น สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ภาพ-ข้าวห่อ อาหารของปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ. เชียงใหม่
  •   ฐานข้อมูลจำแนกกลุ่มชาติพันธุ์ตามชื่อเรียกที่คนในใช้เรียกตนเอง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ คือ

    1. ชื่อเรียกที่ “คนอื่น” ใช้มักเป็นชื่อที่มีนัยในทางเหยียดหยาม ทำให้สมาชิกกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ รู้สึกไม่ดี อยากจะใช้ชื่อที่เรียกตนเองมากกว่า ซึ่งคณะทำงานมองว่าน่าจะเป็น “สิทธิพื้นฐาน” ของการเป็นมนุษย์

    2. ชื่อเรียกชาติพันธุ์ของตนเองมีความชัดเจนว่าหมายถึงใคร มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างไร และตั้งถิ่นฐานอยู่แห่งใดมากกว่าชื่อที่คนอื่นเรียก ซึ่งมักจะมีความหมายเลื่อนลอย ไม่แน่ชัดว่าหมายถึงใคร เช่น คำว่า “ลัวะ” ถูกใช้ในเรียกรวมในกลุ่ม ลเวือะ ลัวะ และปลัง เป็นต้น


    ภาพ-เยาวชนปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ.เชียงใหม่

  •  

    จากการรวบรวมงานวิจัยในฐานข้อมูลและหลักการจำแนกชื่อเรียกชาติพันธุ์ที่คนในใช้เรียกตนเอง พบว่า ประเทศไทยมีกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 62 กลุ่ม


    ภาพ-สุภาษิตปกาเกอะญอ
  •   การจำแนกกลุ่มชนมีลักษณะพิเศษกว่าการจำแนกสรรพสิ่งอื่นๆ

    เพราะกลุ่มชนต่างๆ มีความรู้สึกนึกคิดและภาษาที่จะแสดงออกมาได้ว่า “คิดหรือรู้สึกว่าตัวเองเป็นใคร” ซึ่งการจำแนกตนเองนี้ อาจแตกต่างไปจากที่คนนอกจำแนกให้ ในการศึกษาเรื่องนี้นักมานุษยวิทยาจึงต้องเพิ่มมุมมองเรื่องจิตสำนึกและชื่อเรียกตัวเองของคนในกลุ่มชาติพันธุ์ 


    ภาพ-สลากย้อม งานบุญของยอง จ.ลำพูน
  •   มโนทัศน์ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน

    ในช่วงทศวรรษของ 2490-2510 ในสาขาวิชามานุษยวิทยา “กลุ่มชาติพันธุ์” คือ กลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมเฉพาะแตกต่างจากกลุ่มชนอื่นๆ ซึ่งมักจะเป็นการกำหนดในเชิงวัตถุวิสัย โดยนักมานุษยวิทยาซึ่งสนใจในเรื่องมนุษย์และวัฒนธรรม

    แต่ความหมายของ “กลุ่มชาติพันธุ์” ในช่วงหลังทศวรรษ 
    2510 ได้เน้นไปที่จิตสำนึกในการจำแนกชาติพันธุ์บนพื้นฐานของความแตกต่างทางวัฒนธรรมโดยตัวสมาชิกชาติพันธุ์แต่ละกลุ่มเป็นสำคัญ... (อ่านเพิ่มใน เกี่ยวกับโครงการ/คู่มือการใช้)



    ภาพ-หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต บ้านของอูรักลาโว้ย
  •   สนุก

    วิชาคอมพิวเตอร์ของนักเรียน
    ปกาเกอะญอ  อ. แม่ลาน้อย
    จ. แม่ฮ่องสอน


    ภาพโดย อาทิตย์    ทองดุศรี

  •   ข้าวไร่

    ผลิตผลจากไร่หมุนเวียน
    ของชาวโผล่ว (กะเหรี่ยงโปว์)   
    ต. ไล่โว่    อ.สังขละบุรี  
    จ. กาญจนบุรี

  •   ด้าย

    แม่บ้านปกาเกอะญอ
    เตรียมด้ายทอผ้า
    หินลาดใน  จ. เชียงราย

    ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ถั่วเน่า

    อาหารและเครื่องปรุงหลัก
    ของคนไต(ไทใหญ่)
    จ.แม่ฮ่องสอน

     ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ผู้หญิง

    โผล่ว(กะเหรี่ยงโปว์)
    บ้านไล่โว่ 
    อ.สังขละบุรี
    จ. กาญจนบุรี

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   บุญ

    ประเพณีบุญข้าวใหม่
    ชาวโผล่ว    ต. ไล่โว่
    อ.สังขละบุรี  จ.กาญจนบุรี

    ภาพโดยศรยุทธ  เอี่ยมเอื้อยุทธ

  •   ปอยส่างลอง แม่ฮ่องสอน

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ปอยส่างลอง

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดย เบญจพล  วรรณถนอม
  •   อลอง

    จากพุทธประวัติ เจ้าชายสิทธัตถะ
    ทรงละทิ้งทรัพย์ศฤงคารเข้าสู่
    ร่มกาสาวพัสตร์เพื่อแสวงหา
    มรรคผลนิพพาน


    ภาพโดย  ดอกรัก  พยัคศรี

  •   สามเณร

    จากส่างลองสู่สามเณร
    บวชเรียนพระธรรมภาคฤดูร้อน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   พระพาราละแข่ง วัดหัวเวียง จ. แม่ฮ่องสอน

    หล่อจำลองจาก “พระมหามุนี” 
    ณ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า
    ชาวแม่ฮ่องสอนถือว่าเป็นพระพุทธรูป
    คู่บ้านคู่เมืององค์หนึ่ง

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม

  •   เมตตา

    จิตรกรรมพุทธประวัติศิลปะไต
    วัดจองคำ-จองกลาง
    จ. แม่ฮ่องสอน
  •   วัดจองคำ-จองกลาง จ. แม่ฮ่องสอน


    เสมือนสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม
    เมืองไตแม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ใส

    ม้งวัยเยาว์ ณ บ้านกิ่วกาญจน์
    ต. ริมโขง อ. เชียงของ
    จ. เชียงราย
  •   ยิ้ม

    แม้ชาวเลจะประสบปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย
    พื้นที่ทำประมง  แต่ด้วยความหวัง....
    ทำให้วันนี้ยังยิ้มได้

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ผสมผสาน

    อาภรณ์ผสานผสมระหว่างผ้าทอปกาเกอญอกับเสื้อยืดจากสังคมเมือง
    บ้านแม่ลาน้อย จ. แม่ฮ่องสอน
    ภาพโดย อาทิตย์ ทองดุศรี
  •   เกาะหลีเป๊ะ จ. สตูล

    แผนที่ในเกาะหลีเป๊ะ 
    ถิ่นเดิมของชาวเลที่ ณ วันนี้
    ถูกโอบล้อมด้วยรีสอร์ทการท่องเที่ยว
  •   ตะวันรุ่งที่ไล่โว่ จ. กาญจนบุรี

    ไล่โว่ หรือที่แปลเป็นภาษาไทยว่า ผาหินแดง เป็นชุมชนคนโผล่งที่แวดล้อมด้วยขุนเขาและผืนป่า 
    อาณาเขตของตำบลไล่โว่เป็นส่วนหนึ่งของป่าทุ่งใหญ่นเรศวรแถบอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   การแข่งขันยิงหน้าไม้ของอาข่า

    การแข่งขันยิงหน้าไม้ในเทศกาลโล้ชิงช้าของอาข่า ในวันที่ 13 กันยายน 2554 ที่บ้านสามแยกอีก้อ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
 
  Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre
Ethnic Groups Research Database
Sorted by date | title

   Record

 
Subject ไทยมุสลิม,มุสลิม,การสมรส,เครือญาติ,การวิเคราะห์เชิงกายภาพ,นนทบุรี
Author นพรัตน์ จันทร์ดี
Title การสมรสภายในเครือญาติของชาวไทยมุสลิม อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี : การศึกษาวิจัยทางมานุษยวิทยากายภาพ
Document Type วิทยานิพนธ์ Original Language of Text ภาษาไทย
Ethnic Identity ไทยมุสลิม, Language and Linguistic Affiliations ออสโตรเนเชี่ยน
Location of
Documents
ห้องสมุดศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร Total Pages 167 Year 2535
Source หลักสูตรปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชามานุษยวิทยา ภาควิชามานุษยวิทยา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร
Abstract

วิถีชีวิตของชุมชนบ้านท่าอิฐ มีปัจจัยหลายประการที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดการสมรสในเครือญาติขึ้น ตั้งแต่สภาพภูมิประเทศที่อยู่อย่างอิสระ เป็นชุมชนมุสลิมในเขตเมืองหลวงและปริมณฑลซึ่งไม่ได้มีประชากรมากดังเช่นทางกลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงไม่มีคู่สมรสให้เลือกมากนักนอกจากคนในชุมชนเอง อีกทั้งวัฒนธรรมอิสลามยังช่วยส่งเสริมให้ปลีกตัวออกจากสังคมรอบข้าง และให้แต่งงานกันเองในหมู่มุสลิมด้วนกัน และเมื่อชายมีภรรยาไดัถึง 4 คน จึงก่อให้เกิดครอบครัวขยายสืบทอดเชื้อสายกันออกไป เมื่อสมาชิกเพิ่มมากขึ้นต่างก็แยกย้ายไปมีครอบครัวของตน และเมื่อการสมรสเป็นไปในลักษณะสุ่มโอกาสที่สมาชิกบางคนจะสมรสกันเองโดยมีบรรพบุรุษร่วมกันจึงเกิดขึ้นได้ ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าชุมชนไทยมุสลิมบ้านท่าอิฐยังคงธำรงชาติพันธุ์ของตนเองไว้ได้อย่างเคร่งครัด ทั้งเรื่องศาสนา ความเชื่อ วัฒนธรรม ตลอดจนการดำเนินชีวิตทุกอย่างให้ดำรงอยู่ท่ามกลางสังคมเมืองได้เป็นอย่างดี อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงบ้างในบางส่วนแต่ก็เป็นเพียงส่วนน้อย และจากปัจจัยเหล่านี้เองจึงส่งผลให้เกิดการสมรสภายในหมู่เครือญาติและวงค์วานเดียวกันขึ้น และมีแนวโน้มที่จะเกิดมากขึ้นต่อไปในอนาคต (หน้า 116,165-167)

Focus

ศึกษาวัฒนธรรมชุมชนบ้านท่าอิฐ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เช่น สภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ ความเชื่อทางศาสนา วัฒนธรรม เศรษฐกิจ แบบแผนเรื่องการสมรสและการเปลี่ยนแปลงถิ่นที่อยู่ (หน้า 1-5)

Theoretical Issues

ไม่มี

Ethnic Group in the Focus

ไทย-มุสลิม จำนวน 10 หมู่บ้าน ของหมู่ที่ 7 ตำบลท่าอิฐ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี (หน้า 27)

Language and Linguistic Affiliations

ภาษามลายูและภาษาไทย (หน้า 28)

Study Period (Data Collection)

เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2534 ถึงเดือนพฤษภาคม 2535 (หน้า 5)

History of the Group and Community

ชุมชนบ้านท่าอิฐมีอายุไม่ต่ำกว่า 271 ปี บรรพบุรุษของชาวชุมชนเป็นมุสลิมมีการอพยพมาตั้งถิ่นฐานในบริเวณนี้หลายครั้งหลายคราด้วยกัน เมื่อราว พ.ศ. 2264 ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าท้ายสระ ทรงโปรดให้เกณฑ์ไพล่พลจากเมืองปักษ์ใต้ คือ ปัตตานีและไทรบุรีมาขุดคลองลัดบริเวณเกาะเกร็ดขึ้น เนื่องจากเส้นทางจากพระนครศรีอยุธยามายังธนบุรีเป็นระยะทางที่อ้อมและเสียเวลามาก จึงนับเป็นการเริ่มต้นของการตั้งถิ่นฐานของมุสลิมบ้านท่าอิฐนี้ ต่อมาสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้ทำสงครามปราบกบฎเมืองปัตตานีจนได้รับชัยชนะ ทำการกวาดต้อนเชลยและไพร่พลมาเป็นจำนวนมาก พระราชทานที่ดินทำกินให้บริเวณชานเมืองพระนคร เช่น สี่แยกบ้านแขก จังหวัดธนบุรี , ทุ่งครุ อำเภอพระประแดง , ท่าอิฐ จังหวัดนนทบุรี ฯลฯ หลังจากนั้นยังมีการอพยพคนจากเมืองปักษ์ใต้มายังบ้านท่าอิฐเพื่อหาที่ทำกินใหม่ เนื่องจากเกิดวิกฤตข้าวยากหมากแพงขึ้น (หน้า 22-24, 27-29)

Settlement Pattern

ชุมชนบ้านท่าอิฐมักสร้างบ้านเรือนกระจัดกระจายอยู่ห่าง ๆ กัน หนาแน่นมากที่สุดบริเวณริมแม่น้ำ ลักษณะผังหมู่บ้านเรียงกันเป็นวงกลมจากหมู่ 1 ถึง หมู่ 10 บริเวณหมู่ 5 และหมู่ 6 ก็มีบ้านเรือนตั้งอยู่อย่างหนาแน่นเช่นกันเพราะอยู่ใกล้มัสยิด ส่วนใหญ่นิยมสร้างบ้านโดยใช้ไม้เป็นหลัก มีทั้ง 2 ชั้นและชั้นเดียว นิยมยกพื้นสูงโดยเฉพาะที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพราะน้ำท่วมถึงอยู่ตลอดทุกปี บ้านเรือนโดยทั่วไปมีลักษณะเป็นเรือนไทยที่ทรุดโทรมเพราะสร้างมาเป็นเวลาหลายชั่วอายุคน (หน้า 29-32)

Demography

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2436 เป็นต้นมา บ้านท่าอิฐมีจำนวนคู่สมรส 251 คู่ จากจำนวนประชากรทั้งหมดในชุมชน 713 คน โดยแบ่งเป็น ชาย 402 คน และหญิง 311 คน (หน้า 117)

Economy

ระบบเศรษฐกิจของอิสลามนั้นมีความสัมพันธ์กับความเชื่อ คือเป็นไปตามทางสายกลางระหว่างระบอบสังคมนิยมกับระบอบทุนนิยม กล่าวคือมุสลิมทำงานหาเงินเพื่อเลี้ยงชีพตนเอง แต่ก็จะแบ่งปันทรัพย์สินคืนสู่ส่วนรวมในรูปของการบริจาคซะกาต ดำเนินชีวิตโดยเน้นหลักประหยัดแต่ก็ไม่ตระหนี่ถี่เหนียว จึงเกิดช่องว่างระหว่างฐานะน้อย เพราะเชื่อในวันพิพากษาจึงไม่คิดสะสมทรัพย์ อาชีพของคนในชุมชนท่าอิฐมีอยู่หลากหลาย เช่น เป็นลูกจ้างในโรงงานอุตสาหกรรม ส่วนหนึ่งรับราชการและรัฐวิสาหกิจแต่มีเพียงส่วนน้อย อาชีพของคนส่วนใหญ่ คือ ทำสวนและโรงฆ่าสัตว์ ชาวสวนนั้นเปลี่ยนจากปลูกข้าวมาเป็นทำสวนหมากและผลไม้ เช่น เงาะ ทุเรียน ส้มโอ ตลอดจนผักสวนครัวและพืชล้มลุกต่าง ๆ ส่วนโรงฆ่าสัตว์นั้นมีมากที่บ้านหมู่ 5 และหมู่ 6 ฆ่าและแล่เนื้อเพื่อขายในชุมชนและส่งไปขายนอกชุมชน เป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนที่สร้างรายได้ให้กับเจ้าของเป็นจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตาม โดยรวมแล้วคนในชุมชนส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ทั้งในเรื่องของรายได้ การถือครองที่ดิน และอาชีพ ฯลฯ (หน้า 36,44-47)

Social Organization

ชุมชนบ้านท่าอิฐมีศาสนาอิสลามเป็นโครงสร้างหลักในการดำเนินชีวิต ในส่วนของครอบครัวนั้นมีลักษณะเป็นครอบครัวร่วมหรือครอบครัวขยาย คือในครัวเรือนหนึ่งจะมีสมาชิกจำนวนมากและหลายรุ่นบรรพบุรุษ บางครอบครัวอาจแยกออกไปปลูกบ้านเองแต่ก็ยังอยู่ในบริเวณเดียวกัน เพื่ออยู่ใกล้ชิดกันและช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยกันต่อไป บางครอบครัวมีลักษณะเช่นนี้เนื่องจากการที่ชายมุสลิมสามารถมีภรรยาได้ถึง 4 คน จึงทำให้ครอบครัวขยายออกไปและความเกี่ยวดองเป็นญาติกันในชุมชนก็ขยายออกไปมากขึ้นด้วย เมื่อมีการแต่งงาน ส่วนใหญ่ฝ่ายหญิงจะย้ายเข้ามาอยู่กับฝ่ายชาย และหากชาย-หญิงจะแต่งงานกับบุคคลที่มิได้นับถือศาสนาอิสลามก็จะต้องให้เปลี่ยนศาสนาเสียก่อนจึงจะนำเข้ามาอยู่ในครอบครัวได้ ในระบบครอบครัวแล้วอำนาจการตัดสินใจจะอยู่ที่พี่คนโต ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายก็ตามและลดหลั่นอำนาจกันลงมาตามลำดับ ดังนั้นพี่สะใภ้ พี่เขย หรือญาติพี่น้องที่มิได้สืบสายเลือด แต่มาจากการเกี่ยวดองโดยการแต่งงานจะไม่มีบทบาทเลยในครอบครัวเพราะยังถือว่าเป็นคนนอก ส่วนการแบ่งมรดกนั้น ลูกชาย-หญิงมีสิทธิ์ได้รับเท่ากันทุกคนถ้าตกลงกันได้ หากตกลงกันไม่ได้ต้องแบ่งตามหลักศาสนา คือ หญิงได้หนึ่งส่วน ชายได้สองส่วน โดยให้ผู้มีความรู้ทางศาสนาจัดการให้ เช่น โต๊ะอิหม่าม (หน้า 47-55)

Political Organization

ตำบลท่าอิฐแบ่งออกเป็น 10 หมู่บ้าน ได้แก่ คลองนาป่า, คลองบางบัวทอง, คลองขวาง, คลองบางบัวทอง, เตาอิฐ, สุเหร่ามัสยิด, ท่าอิฐ, พัวเตย, วัดแดง, สุเหร่ามัสยิด ซึ่งถือเป็นการปกครองส่วนท้องถิ่นที่รัฐจัดตั้งให้ชุมชนปกครองกันเอง เช่น เป็นกรรมการพัฒนาหมู่บ้าน กรรมการพัฒนาตำบล สมาชิกสภาตำบล เป็นต้น ที่บ้านท่าอิฐนี้ผู้นำจะเกิดมาจากความอาวุโส ระบบความเชื่อและจารีตประเพณี อันได้แก่ โต๊ะอิหม่าม, กี, ครูฟาร์ เป็นต้น การสืบทอดอำนาจภายในชุมชนมักสืบทอดทางสายโลหิต คือเมื่อพ่อเป็นโต๊ะอิหม่าม ลูกชายก็จะได้รับตำแหน่งต่อไป ทั้งนี้ เนื่องจากลูกชายของโต๊ะอิหม่ามก็จะได้รับการถ่ายทอดความรู้ในเรื่องต่าง ๆ มาแล้ว มีความรู้ดีกว่าสมาชิกทั่วไปในชุมชน และสถานที่สำคัญของการปกครองของชุมชน คือ มัสยิด เพราะมัสยิดถือเป็นศูนย์กลางของการปกครองตามแบบแผนวัฒนธรรมของมุสลิม (หน้า 33, 35-36)

Belief System

ชาวชุมชนบ้านท่าอิฐนับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งนับเป็นทุกสิ่งในชีวิตของผู้นับถือ คืออยู่ในทุกพฤติกรรมของการดำรงชีวิตของทุกคน เชื่อว่าทุกคนสามารถติดต่อกับองค์อัลลอฮได้โดยตรงจากการปฏิบัติตามคำสั่งสอนของท่าน ในชุมชนมีสุเหร่าและมัสยิดไว้สำหรับประกอบพิธีกรรม อิสลามห้ามในเรื่องของความสัมพันธ์ที่ปราศจากการแต่งงานเพื่อหลีกเลี่ยงความไม่รับผิดชอบที่จะตามมาคือลูก ห้ามการทำแท้ง และการคุมกำเนิด สิ่งที่ถือเป็นกรอบให้คนปฏิบัติร่วมกัน คือ หลักปฏิบัติ 5 และหลักศรัทธา 6 ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญที่มุสลิมต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด อันได้แก่ หลักศรัทธา 6 คือ 1. ศรัทธาต่อพระเจ้าองค์เดียวคือองค์อัลลอฮ 2. ศรัทธาต่อมะลาฮิกะฮ์ (เทวทูต) ของอัลลอฮ 3. ศรัทธาต่อคัมภีร์ของอัลลอฮซึ่งพระองค์ประทานให้ คือ อัลกุรอาน 4. ศรัทธาต่อบรรดาร่อซู้ (ศาสนทูต) ของอัลลอฮ ซึ่งมีทั้งหมด 25 ท่าน องค์สุดท้ายคือมูฮัมหมัด 5. ศรัทธาต่อวันอาดิเราะฮ์ (หรือวันสุดท้านของโลก) คือเชื่อว่าวันพิพากษามีจริง 6. ศรัทธาต่อการกำหนดของอัลลอฮ ทั้งในทางดีและทางร้าย หลักปฏิบัติ 5 คือ 1. การปฏิบัติตนโดยมีประโยคที่ทุกคนต้องจำได้ คือ "ข้าฯขอปฏิญาณว่า ไม่มีพราะเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ และแท้ทีจริงมูฮัมมัดก็คือศาสนทูตของพระองค์" 2. การละหมาดวันละ 5 เวลา 3. การถือศีลอดทุกรอบ 1 ปีช่วงเดือนรอมฏอน 4. การบริภาคซะกาต 5. การประกอบพิธีฮัจญ์ ที่นครมักกะฮ ประเทศซาอุดิอารเบีย เป็นศาสนกิจเพียงข้อเดียวที่ให้ปฏิบัติเฉพาะผู้ที่มีความสามารถเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีพิธีกรรมและประเพณีที่เกี่ยวเนื่องกับชีวิต เช่น การเกิด มุสลิมให้ความสำคัญเพราะถือว่าเป็นการสร้างชีวิตใหม่ จะมีการขอพระเจ้าเมื่อตั้งครรภ์ครบ 7-8 เดือน เมื่อคลอดแล้วภายใน 7 วันต้องทำพิธีต่าง ๆ เช่น โกนผม, ตั้งชื่อ,เชือดสัตว์เพื่อพลีชีพแด่พระผู้เป็นเจ้า ส่วนการตายนั้น ถือเป็นเรื่องธรรมชาติและเป็นการกลับไปสู่ความเมตตา สู่อ้อมกอดของพระอัลลอฮ (หน้า 39-44)

Education and Socialization

ไม่มีข้อมูล

Health and Medicine

มีสถานีอนามัย 1 แห่ง คืออนามัยวัดเชิงเลน สร้างขึ้นเมื่อปี 2524 ในครั้งแรกมีเจ้าหน้าที่เพียง 2 คน ให้การรักษาพยาบาลขั้นต้นแก่ชุมชน อาการส่วนใหญ่ที่มารับการรักษา คือ งูกัด อุบัติเหตุ ปวดหัวตัวร้อนเล็ก ๆ น้อย ๆ หากมีอาการรุนแรงจึงส่งไปโรงพยาบาลปาดเกร็ดหรือโรงพยาบาลกรมชลประทาน นอกจากนี้ ยังมีผู้หญิงมาทำคลอดเป็นจำนวนมากเกือบตลอดทั้งปี เพราะชุมชนไม่มีการคุมกำเนิด (หน้า 35)

Art and Crafts (including Clothing Costume)

การแต่งกายของคนในชุมชนเป็นไปตามวิถีชีวิตของอิสลาม คือ ไม่ว่าจะอยู่ภายในหรือนอกชุมชนก็ตาม ชายยังคงนุ่งโสร่งและสวมหมวก หญิงก็ยังคุมฮิญาบและแต่งกายมิดชิด (หน้า 37)

Folklore

ไม่มีข้อมูล

Ethnicity (Ethnic Identity, Boundaries and Ethnic Relation)

โลกในยุคปัจจุบันนั้น มีการติดต่อสื่อสารระหว่างกันอย่างสะดวกรวดเร็ว ทั้งระดับภูมิภาค ประเทศ จนถึงระดับโลก แต่โดยภาพรวมของชุมชนไทยมุสลิมบ้านท่าอิฐแล้ว เป็นชุมชนที่ปฏิเสธที่จะมีสัมพันธภาพกับบุคคลนอกกลุ่มหรือนอกศาสนาด้วย สังเกตได้ว่ามีการเดินทางติดต่อสัมพันธ์กับคนภายนอกชุมชนน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับชุมชนอื่นในบริเวณใกล้เคียง ถ้าสิ่งใดมีอยู่แล้วในชุมชน เช่น อาหาร สถานศึกษา สถานพยาบาลเบื้องต้น ก็จะใช้และดำเนินชีวิตอยู่ในชุมชน เป็นการเลือกที่จะติดต่อกับภายนอกเฉพาะเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ชุมชนมีวิถีในการธำรงชาติพันธุ์ของตนเป็นไปตามศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัด (หน้า 36-38)

Social Cultural and Identity Change

ชาวชุมชนยังคงมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย แต่ความเจริญในยุคปัจจุบันก็เข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงแบบแผนของสังคมไปบ้าง เห็นได้จากการรับเอาวัฒนธรรมจากภายนอกเข้ามา เช่น โทรทัศน์ ตู้เย็น และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ถูกนำเข้ามาอย่างแพรหลาย อีกสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป คือ ความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว จากที่เคยใกล้ชิดกัน แต่ด้วยสภาวะปัจจุบันทำให้ทั้งพ่อและแม่ต้องออกไปช่วยกันทำมาหากิน ลูกต้องศึกษาเล่าเรียน ทำให้แต่ละคนมีกิจกรรมนอกบ้านเพิ่มขึ้น ดังนั้น ความใกล้ชิดผูกพันของสมาชิกในครอบครัวจึงลดน้อยลง (หน้า 37,47)

Critic Issues

ไม่มีข้อมูล

Other Issues

ไม่มี

Google Map

Map/Illustration

แผนที่แสดงรายละเอียดและที่ตั้งของชุมชน หน้า 31, ตารางที่1 แสดงผู้ใช้บริการเรื่องการวางแผนครอบครัวจำแนกตามหมู่บ้าน หน้า 34, ตารางที่2 แสดงการเดินทางสัมพันธ์ติดต่อกับบุคคลภายนอกชุมชน หน้า 38, ตารางที่3 แสดงความสัมพันธ์ของจำนวนครัวเรือน กับจำนวนภรรยาที่ปรากฏในหมู่บ้านท่าอิฐ หน้า 53, แผนผังที่1 แสดงลักษณะของผังเครือญาติที่สืบเชื้อสายข้างพ่อ หน้า 56, แผนผังที่2 แสดงลักษณะของผังเครือญาติที่สืบเชื้อสายข้างแม่ หน้า 56, แผนผังที่3 แสดงสายทางผ่านของอัลลีล หน้า 74, แผนผังที่4 แสดงการสมรสระหว่างลุงกับหลาน หน้า 77, แผนผังที่5 แสดงตัวอย่างเครือญาติของคู่สมรสและวิธีการหาค่า หน้า 83, แผนผังที่6 แสดงแผนผังที่ได้ตัดทอนลงไปจากแผนผังที่5 หน้า 84, ตารางที่4 แสดงวิธีการคำนวณหาค่าสัมประสิทธิ์ของการสมรสภายในเครือญาติอันเนื่องจากแผนผังที่5, แผนผังที่7 แสดงการสมรสภายในเครือญาติ ซึ่งคู่สมรสมีนามสกุลเหมือนกัน หน้า 88, ตารางที่5 แสดงการเปรียบเทียบสัมประสิทธิ์ของการสมรสระหว่างไอซอนีมี กับ วิธีอื่น ๆ หน้า 98, แผนผังที่8 แสดงเพดีกรีของ WRIGHT หน้า 101, แผนผังที่9 แสดงเพดีกรีของ WRIGHT โดยย่อจากแผนผังที่ 8 หน้า 102, แผนผังที่10 แสดงคู่สมรสภายในเครือญาติสกุลโปรดปราน หน้า 122, ตารางที่6 แสดงค่าสัมประสิทธิ์ของการสมรสภายในเครือญาติของคู่สมรสแต่ละคู่ โดยใช้ เพดีกรี อนาลิซีส หน้า 118, แผนผังที่11 แสดงคู่สมรสภายในเครือญาติสกุลปานนพพา หน้า 124, แผนผังที่12 แสดงคู่สมรสภายในเครือญาติสกุลเชื้อดี หน้า 128, แผนผังที่13 แสดงคู่สมรสภายในเครือญาติสกุลนาเงิน หน้า 131, แผนผังที่14 แสดงคู่สมรสภายในเครือญาติสกุลเจ๊ะใบ๊ หน้า 136, แผนผังที่15 แสดงคู่สมรสภายในเครือญาติสกุลวานดี หน้า 138, แผนผังที่16 แสดงคู่สมรสภายในเครือญาติสกุลนาทอง หน้า 139, ตารางที่7 แสดงผลการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์ฯ ในกรณีที่คู่สมรสมีนามสกุลเหมือนกัน จำแนกเป็นช่วงปี พ.ศ. หน้า 145, ตารางที่8 แสดงผลการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์ (ไอซอนีมี) หน้า 147, ตารางที่9 แสดงผลของไอซอนีมีกับประชากรกลุ่มต่าง ๆ หน้า 148, ตารางที่10 แสดงผลการเปรียบเทียบ ไอซอนีมี และ เพดีกรี กับชุมชนต่าง ๆ หน้า 150, ตารางที่11 แสดงจำนวนนามสกุลที่คงอยู่ จำแนกตามช่วงปี พ.ศ. หน้า 154, ตารางที่12 แสดงการเคลื่อนไหวของการสมรสในแต่ละช่วง หน้า 158, ตารางที่13 แสดงระยะทางเฉลี่ยระหว่างบ้าท่าอิฐกับชุมชนอื่น หน้า 161

Text Analyst สุมาลี ทับมรินทร์ Date of Report 06 พ.ย. 2555
TAG ไทยมุสลิม, มุสลิม, การสมรส, เครือญาติ, การวิเคราะห์เชิงกายภาพ, นนทบุรี, Translator -
 
 

 

ฐานข้อมูลอื่นๆของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
  ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย
จารึกในประเทศไทย
จดหมายเหตุทางมานุษยวิทยา
แหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย
หนังสือเก่าชาวสยาม
ภาพยนตร์ชาติพันธุ์
ข่าวมานุษยวิทยา
ICH Learning Resources
ฐานข้อมูลเอกสารโบราณภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทย
ฐานข้อมูลประเพณีท้องถิ่นในประเทศไทย
ฐานข้อมูลสังคม - วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  หน้าหลัก
งานวิจัยชาติพันธุ์ในประเทศไทย
บทความชาติพันธุ์
ข่าวชาติพันธุ์
เครือข่ายชาติพันธุ์
เกี่ยวกับเรา
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  ข้อมูลโครงการ
ทีมงาน
ติดต่อเรา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
ช่วยเหลือ
  กฏกติกาและมารยาท
แบบสอบถาม
คำถามที่พบบ่อย


ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170 
Tel. +66 2 8809429 | Fax. +66 2 8809332 | E-mail. webmaster@sac.or.th 
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2549    |   เงื่อนไขและข้อตกลง