วัดสักน้อย นนทบุรี

ในสมัยอยุธยา “นนทบุรี” เป็นหัวเมืองปากแม่น้ำที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของกรุงศรีอยุธยา อยู่ทางเหนือของเมืองธนบุรีหรือเมืองบางกอก สภาพพื้นที่ ทรัพยากร และทำเลที่ตั้งเหมาะแก่การตั้งถิ่นฐานทำมาหากิน ทั้งเกษตรกรรมและค้าขาย และยังคงเป็นเมืองสำคัญต่อเนื่องมาจนสมัยธนบุรีและรัตนโกสินทร์ ทำให้นนทบุรีปรากฏร่องรอยศิลปวัฒนธรรมสำคัญมากมาย ราษฎรที่อยู่อาศัยก็มาจากหลายเชื้อชาติทั้งไทย จีน มอญ แขก

พื้นที่ทางตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปัจจุบันอยู่ในอำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี (เป็นพื้นที่ต่อเนื่องหรือค่อนข้างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ในปัจจุบัน) ยังคงปรากฏร่องรอยสิ่งก่อสร้างที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองด้านศาสนาความเชื่อและศิลปกรรมหลายแห่ง ทั้งที่ยังคงใช้งานอยู่และถูกทิ้งร้าง เช่น วัดโพธิ์บางโอ วัดเพลง (ร้าง) วัดชลอ วัดสักใหญ่ และวัดสักน้อย (ร้าง) ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางบ้านเรือนและสวนผลไม้

วัดสักน้อยในปัจจุบันเป็นวัดร้าง อยู่ในอาณาเขตบ้านพักอาศัยของชาวบ้านที่เช่าที่ดินจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมานานหลายสิบปี (กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ) บ้านเลขที่ 20 ม.9 บ้านสักน้อย ต.วัดชลอ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี พื้นที่โดยรอบโบราณสถานเป็นสวนและบ้านเรือนของเจ้าของสวน ตั้งอยู่ริมคลองวัดสักน้อย ที่เป็นสาขาของคลองอ้อมนนท์ สภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่ราบลุ่ม 

 

วัดสักน้อยตั้งอยู่ห่างคลองอ้อมนนท์มาทางทิศตะวันตกประมาณ 300 เมตร ห่างจากคลองวัดสักหรือคลองวัดสักใหญ่มาทางทิศใต้ (คลองวัดสักเป็นลำน้ำสาขาของคลองอ้อมนนท์) ประมาณ 300 เมตร ห่างจากจุดบรรจบระหว่างคลองบางกอกน้อย คลองบางกรวย และคลองอ้อมนนท์ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 700 เมตร อยู่ห่างจากแม่น้ำเจ้าพระยามาทางทิศตะวันตกประมาณ 3.4 กิโลเมตร ห่างจากวัดชลอไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 800 เมตร ห่างจากวัดเพลง (ร้าง) มาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 500 เมตร และห่างจากวัดโพธิ์บางโอซึ่งเป็นวัดสมัยอยุธยาไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 200 เมตร

คลองอ้อมนนท์เป็นแม่น้ำเจ้าพระยาสายเดิม ก่อนที่พระเจ้าปราสาททองแห่งกรุงศรีอยุธยาจะโปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลองลัดขึ้นเนื่องจากแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงนี้มีคดโค้งมาก จนคลองลัดกลายมาเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาสายที่เห็นอยู่ปัจจุบัน

ไม่ปรากฎหลักฐานเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของวัดสักน้อยที่แน่ชัด ข้อมูลจากกรมศิลปากรระบุว่าอาจมีอายุอยู่ในสมัยอยุธยา พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงวงษาธิราชสนิท ได้ทรงนิพนธ์ถึงวัดสักน้อยไว้ในนิราศพระประธม เมื่อ พ.ศ.2377 ดังนี้

                   ดลวัดสักน้อยน่งง          อนาถใจ

                   น้อยศักดิ์จึงโศกใน         อกอึ้ง

                   เจ็บรักจากจักไกล          กลอยเสน่ห์มาแน่

                   โศกไม่น้อยหนักตรึง        ตราตรึง ทรวงเสมอ

สันนิษฐานว่าวัดสักน้อยคงจะมีความสัมพันธ์กับวัดสักใหญ่ที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียง และอาจมีอายุอยู่ในรุ่นราวคราวเดียวกัน โบราณสถานสำคัญได้แก่ ซากวิหาร

วัดสักน้อย (ร้าง) ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 188 ตอนพิเศษ 127ง วันที่ 21 ธันวาคม 2544 เรื่อง การกำหนดจำนวนโบราณวัตถุสถานสำหรับชาติ (โบราณสถานวัดสักน้อย (ร้าง))

 

สิ่งก่อสร้างสำคัญได้แก่ วิหาร สภาพโดยทั่วไปยังไม่ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์และเสริมความมั่นคง สภาพภายนอกค่อนข้างทรุดโทรม มีต้นไม้และวัชพืชขึ้นปกคลุมหนาแน่น บางส่วนมีรากไม้ชอนไชไปในผนัง ซึ่งส่งผลเสียต่อตัวอาคารเป็นอย่างมาก

ลักษณะเป็นซากอาคารสี่เหลี่ยมผืนผ้าก่ออิฐถือปูน หันหน้าไปทางทิศตะวันออก (เฉียงไปทางเหนือเล็กน้อย) สภาพทรุดโทรม ไม่ปรากฏให้เห็นรูปแบบศิลปกรรม หลังคาผุพังทั้งหมด วิหารส่วนท้ายมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมหนาแน่น รากไม้บางส่วนได้ชอนไชเข้าไปในผนังอาคาร ส่วนฐานอาคารผุกร่อนและมีดินปกคลุมบางส่วนปูนฉาบและปูนก่อเริ่มหลุดร่อนจากความชื้น มีคราบราและตะไคร่เกาะจับอยู่เกือบทั่วทั้งโบราณสถาน  

มีช่องประตูทางเข้าทางด้านหน้า 2 ช่อง ทางเบื้องซ้ายและขวา ช่องหน้าต่างที่ด้านข้างด้านละ 5 ช่อง ปรากฏชิ้นส่วนของกรอบประตูหน้าต่างที่ทำจากไม้

ภายในอาคารมีการดัดแปลงต่อเติมโดยคนในปัจจุบัน คือสร้างหลังคาจากโครงเหล็กและสังกะสีคลุมทั้งภายในตัววิหาร ติดหลอดไฟและพัดลมเพดาน พื้นวิหารทำเป็นพื้นปูนและปูเสื้อน้ำมันเต็มทั้งพื้นที่ โดยพื้นวิหารครึ่งด้านท้ายที่ประดิษฐานพระพุทธรูปยกสูงกว่าพื้นด้านหน้า ปัจจุบันมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ 5 องค์ พระสาวก 2 องค์ โดยองค์ประธานมีขนาดใหญ่ (อาจเป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นภายหลัง) นอกจากนี้ ยังมีเสาไม้เก่า ซึ่งเป็นเสาของวิหารทั้งวางนอนและปักตั้งอยู่ภายในวิหาร โดยเสาที่ปักตั้งมีผ้าแพรหลากสีผูกอยู่เกือบเต็มทั้งเสา

ด้านหน้าและภายในวิหาร ชาวบ้านได้ตั้งกล่องรับบริจาคเพื่อทำนุบำรุงโบราณสถาน และมีดอกไม้ธูปเทียนสำหรับบูชาพระพุทธรูป

 

จากการสัมภาษณ์ทำให้ได้ข้อมูลว่าวัดสักน้อยเป็นหนึ่งในพุทธศาสนสถานของชุมชน ชาวบ้านในละแวกนี้ให้ความเคารพเป็นอย่างมาก ส่วนภายนอกชุมชนมีผู้มีจิตศรัทธาและผู้ที่ต้องการศึกษาเข้ามากราบสักการะบูชาพระพุทธรูปและเยี่ยมชมโบราณอยู่เป็นระยะ มีการรวบรวมเงินจากผู้มีจิตศรัทธาทำนุบำรุงวิหาร โดยการจัดสร้างหลังคาและทำพื้นภายใน

ผู้สนใจสามารถเข้าเยี่ยมโบราณสถานได้ทุกวัน โดยไม่เสียค่าเข้าชม แต่ควรติดต่อเจ้าของพื้นที่ก่อนการเดินชมโบราณสถาน

การเดินทางหากมาจากวงเวียนตลาดอำเภอบางกรวย ถนนเทอดพระเกียรติ ให้ใช้ถนนบางกรวย-จงถนอม (ทางหลวงหมายเลข 3014) ประมาณ 1.1 กิโลเมตร จะพบซอยตาแหวนทางขวามือ (อยู่ติดกับบริษัท เอนกยูโรคาร์เซ็นเตอร์ จำกัด) เลี้ยวขวาเข้าซอยไปประมาณ 350 เมตร (ซอยมีขนาดเล็ก) พบสี่แยกให้เลี้ยวซ้าย ตรงไปตามถนน (ถนนดิน) ประมาณ 150 เมตร จะพบวัดสักน้อยและป้ายวัดสักน้อยอยู่ในบริเวณบ้านพักอาศัยของชาวบ้าน  

นอกจากซอยตาแหวนแล้ว ยังสามารถเข้าได้จากซอยโปร่งจิต และซอยที่ติดกับซอยโปร่งจิต (ไม่มีชื่อ) แต่เนื่องจากเป็นซอยขนาดเล็ก รถยนต์เข้าได้ลำบาก

หากมาจากถนนราชพฤกษ์ สามารถใช้ถนนบ้านคลองวัดสัก-บ้านวัดโคนอน ต่อเนื่องมายังถนนบางกรวย-จงถนอมได้